สายลมพัดเข้ามาในวัด หนาวเย็นเล็กน้อย
ฮ่องเต้แคว้นฉินมองดูจิ๋งจิ่วที่อยู่ตรงหน้า ใบหน้าขาวซีดเป็นอย่างยิ่ง ในเวลานี้เขาใจเย็นขึ้นบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่านี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
แคว้นฉู่ถูกทำลายไปเป็นเวลาสามสิบกว่าปี เพลิงไหม้ในพระราชวังครั้งนั้นได้ถูกผู้คนลืมเลือนไปแล้ว ใครจะไปคิดบ้างว่าคนผู้นี้จะยังมีชีวิต ยิ่งไปกว่านั้นยังมาซ่อนตัวอยู่ในวัดบนเขาปู้โจว!
วัดเล็กๆแห่งนี้เป็นที่พำนักของเทวทูต นอกจากเขาซึ่งเป็นเจ้าแห่งใต้หล้าที่มีสิทธิ์ในการถามถึงกระถางสัมฤทธิ์แล้ว ก็ไม่มีผู้ใดที่จะสามารถก้าวข้ามธรณีประตูนั้นมา
เขาจ้องมองดวงตาของจิ๋งจิ่ว กล่าวถามด้วยความรู้สึกเหลวไหลว่า “เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาอยู่ที่นี่!”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ข้าอยู่ที่นี่มาโดยตลอด”
ฮ่องเต้แคว้นฉินโกรธเกรี้ยวจนถึงขีดสุด เขากล่าวว่า “เป็นไปไม่ได้ หลายปีมานี้ข้าส่งทหารจำนวนนับไม่ถ้วนมาที่นี่ ไม่มีใครสามารถกลับไปเสียนหยางได้แม้แต่คนเดียว แล้วทำไมท่านเทวทูตถึงปล่อยให้เจ้าเข้ามา!”
ในเวลานี้จิ๋งจิ่วถึงได้รู้ว่าเจ้าพวกที่คอยมารบกวนการบำเพ็ญเพียรและรบกวนความสงบของตนเองนั้นมาจากที่ใด เขากล่าวว่า “พวกเขาถูกข้าฆ่า”
ฮ่องเต้แคว้นฉินตกตะลึงไปอีกครั้ง เขามองดวงตาของจิ๋งจิ่วพลางกล่าวอย่างไม่แน่ใจว่า “เจ้าเป็นคนฆ่า? อย่างนั้นเทวทูตล่ะ?”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ที่นี่ไม่มีเทวทูต”
บนใบหน้าของฮ่องเต้แคว้นฉินเผยให้เห็นสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่