อ เขามองไปรอบๆ วัดเล็กๆ แห่งนั้น แต่กลับมองไม่เห็นอะไรเลย
……
……
ในตอนนั้นจิ๋งจิ่วได้วางเพลิงในพระราชวัง อาศัยความวุ่นวายหลบหนีออกมาจากเมืองหลวงของแคว้นฉู่ มายังภูเขาปู้โจว
ผู้แสวงมรรคาคนอื่นบ้างต้องอาศัยข่าวลือ บ้างต้องอาศัยเบาะแสบางอย่างในการค้นหาว่ากระถางสัมฤทธิ์ที่เล่าลือกันใบนั้นอยู่ที่ใด แต่เขามีนกชิงเหนี่ยวคอยช่วยเหลือ ย่อมไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น
เมื่ออยู่ที่นี่ เขามองเห็นกระถางสัมฤทธิ์ แต่กลับมองไม่เห็นเทวฑูต
เวลายังมาไม่ถึง นี่เป็นแค่เพียงกระถางสัมฤทธิ์ธรรมดาใบหนึ่งเท่านั้น ไม่ว่าจะทำอะไรกับมัน มันก็มิได้มีปฏิกิริยาอะไร
หลังจิ๋งจิ่วตรวจสอบจนมั่นใจก็มิได้สนใจมันอีก แต่ก็ไม่ได้จากไปเช่นกัน หากแต่พักอาศัยอยู่ที่นี่ต่อไป
จากคำบอกเล่าของนกชิงเหนี่ยว ที่นี่น่าจะเป็นสถานที่หวงห้าม เช่นนั้นการที่ชิงเหนี่ยวหาร่องรอยของเขาไม่เจอ มันก็เป็นเรื่องที่สามารถอธิบายได้สำหรับโลกภายนอก
เขาอยู่ที่นี่มานานหลายปี พูดให้ถูกก็คือนอนมานานหลายปี
เขาตัดไม่ไผ่มาทำเป็นเก้าอี้ ในวันเวลาปกติก็นอนอยู่บนพื้นที่ว่างด้านนอกวัด เวลาที่มีฝนตกลงมาก็ย้ายเข้ามาในวัด แน่นอนว่าไม่ลืมที่จะเปิดประตูวัดเอาไว้
เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิ ทั่วทั้งภูเขาเขียวขจี เมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง ทั่วทั้งภูเขาเต็มไปด้วยใบไม้สีแดง ในตอนที่หิมะตกลงมา เขาก็เปลี่ยนเป็นชุดสีขาว ในช่วงฤดูร้อนยังมีสายธารที่สามารถทำให้ใจเย็นสบายขึ้นได้
ไม่ว่าจะฝนตกหิมะ