จที่อันดับอันต่ำต้อยของตนเอง แต่เจ้าเกิดมาเป็นฮ่องเต้ ทว่ากลับละทิ้งราชบัลลังก์ ไม่ว่าจะเป็นผลงานการปกครอง ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ชื่อเสียงบารมี ทุกอย่างล้วนแต่ย่ำแย่”
เทวทูตชี้ไปยังบันทึกบนกระดาษพลางกล่าววิพากษ์วิจารณ์ว่า “ดูเรื่องที่เจ้าทำสิ ไม่ยอมรับก็คงไม่ได้”
จิ๋งจิ่วพลันเก็บกระบี่ไม้
ลำคอของฮ่องเต้แคว้นฉินรู้สึกเบาลง เขานึกว่าจิ๋งจิ่วเตรียมจะตอบรับเงื่อนไขของตัวเอง สายตาเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เขากำลังครุ่นคิดอยู่ว่าจะทำอย่างไรให้ตนเองได้ผลประโยชน์มากยิ่งขึ้น แต่กลับคิดไม่ถึงเลยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากนี้มันจะ เหนือไปจากจินตนาการของเขา
จิ๋งจิ่วถือกระบี่เดินไปตรงหน้ากระถางสัมฤทธิ์ มองดูเทวทูตพลางกล่าวว่า “หากว่ากันตามเกณฑ์ของสำนักจงโจวของพวกเจ้าแล้วอาจมีเหตุผล แต่ข้าคือศิษย์ของชิงซาน”
เทวทูตกล่าวว่า “ในเมื่อเข้าร่วมการแสวงมรรคา เช่นนั้นศิษย์ของชิงซานเองก็ควรจะ…”
จิ๋งจิ่วไม่ได้ปล่อยให้เขาพูดจนจบ
“ข้ารอเจ้าอยู่ที่ภูเขานี้มาเป็นเวลาหลายสิบปี ไม่ใช่เพื่อมาฟังคำพูดจาไร้สาระเหล่านี้ หากแต่รอเจ้ามอบกระถางให้แก่ข้า”
ฮ่องเต้แคว้นฉินใช้มือยันประตูวัดลุกขึ้นมา เมื่อได้ยินคำพูดของจิ๋งจิ่ว บนใบหน้าเผยให้เห็นสีหน้าที่รู้สึกไร้สาระเป็นอย่างยิ่ง ในใจครุ่นคิดว่าเจ้ากำลังจะทำอะไร?
เทวทูตมองดูเขาอย่างเงียบๆ มองอยู่เป็นเวลานาน จู่ๆ พลันกล่าวขึ้นมาว่า “หากข้าฟังไม่ผิด เหมือนเจ้ากำลังขู่ข้าอยู่?”