ม่อมก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้จริงๆ”
ฮ่องเต้แคว้นฉินดวงตาเป็นประกายเล็กน้อย กล่าวถามด้วยความรู้สึกคาดหวังอย่างที่ยากจะอธิบายได้ว่า “เจ้านึกอะไรออก?”
“กระหม่อมคิดว่าวันนี้พระองค์จะต้องตาย นั่นเป็นเพราะกระหม่อมคิดว่าฮ่องเต้แคว้นฉู่จะปรากฏตัวขึ้นในเมืองเสียนหยาง คล้ายรู้สึกว่าเรื่องนี้จะเปลี่ยนแปลงเรื่องราวต่างๆ อีกมากมาย”
อวิ๋นซีกล่าวว่า “ในเวลานี้กระหม่อมถึงจะนึกขึ้นมาได้ว่าเขาเหมือนจะมีชื่อว่าจิ๋งจิ่ว เป็นคนที่ร้ายกาจอย่างมาก”
ฮ่องเต้แคว้นฉินนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนกล่าวว่า “นึกถึงเรื่องเหล่านั้นขึ้นมาได้ ก็แสดงว่าเจ้าใกล้ตายแล้ว”
“ถูกต้อง แล้วกระหม่อมยังนึกเรื่องบางเรื่องขึ้นมาได้ด้วย”
อวิ๋นซีชะงักไปเล็กน้อย กล่าวว่า “แล้วก็นึกขึ้นมาได้อีกหน่อย….อืม เยอะขึ้นแล้ว”
ฮ่องเต้มองดูเขาด้วยรอยยิ้มประหลาด
“…. กระหม่อมนึกขึ้นมาได้หลายเรื่อง ไม่สิ ข้านึกออกหมดแล้ว”
ซีอี้อวิ๋นมองขึ้นไปบนเพดานของท้องพระโรง ก่อนกล่าวว่า “ข้าไม่ใช่คนของโลกนี้จริงๆด้วย”
คำพูดประโยคเดียวที่เรียบง่ายที่แฝงเอาไว้ด้วยอารมณ์มากมาย แต่อารมณ์เหล่านั้นกลับเจือจางเหมือนน้ำ
ฮ่องเต้แคว้นฉินมองเขา พลางกล่าวอย่างดูถูกว่า “รู้สึกว่ามันว่างเปล่าใช่หรือไม่? เป็นถึงศิษย์ของเรือนอี้เหมา แต่กลับหลงอยู่ในโลกปุถุชน ช่างน่าขันเสียจริง”
ซีอี้อวิ๋นส่ายศีรษะพลางกล่าวว่า “ในโลกนั้น ข้าก็เป็นข้า อยู่ในโลกนี้ ข้าก็ยังเป็นข้า”
จากนั้นเขากล่าวอย่