กข้าพเจ้าฆ่าตายเพราะเจ้า หรือเจ้ามิรู้สึกละอายใจเลย?”
“กวางร้องอยู่ในป่า มิใช่โศกเศร้า หากแต่โกรธเกรี้ยว เพราะสถานการณ์ที่พวกมันเผชิญอยู่มิใช่สิ่งที่พวกมันต้องรับผิดชอบ”
ซีอี้อวิ๋นมองดูดวงตาเขาพลางกล่าวอย่างจริงจัง “สำหรับข้าแล้ว เจ้าไม่มีความจำเป็นต้องทำแบบนี้เลย”
บนเสาคานของตำหนัก นกชิงเหนี่ยวเกาะอยู่ตรงนั้นอย่างเงียบๆ มองดูภาพเบื้องล่าง
เหล่าผู้บำเพ็ญพรตในโลกแห่งความเป็นจริงก็กำลังมองดูที่นี่อยู่เช่นเดียวกัน
ลูกดอกกองเป็นเหมือนภูเขาขนาดย่อมย่อมๆ
ซีอี้อวิ๋นนั่งอยู่ในกองเลือด
ฮ่องเต้แคว้นฉินยืนอยู่ตรงหน้าเขา จู่ๆ พลันหัวเราะเสียงดังขึ้นมา
เสียงหัวเราะดังสะท้อนไปมาในท้องพระโรงที่เย็นยะเยือกและอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือด ดูโหดร้ายทารุณเป็นอย่างมาก
นี่เป็นความโหดร้ายทารุณสำหรับโลกนี้ แล้วก็สำหรับตัวเขา
“หากเป็นเมื่อก่อน บางทีเจ้าอาจจะข่มขู่ข้าได้ แต่ในเวลานี้ข้าได้ลืมเรื่องบางเรื่องที่อยากลืมไปแล้ว ดังนั้นเจ้าจึงไม่อาจทำอะไรข้าได้”
เมื่อกล่าวจบประโยคนี้ ฮ่องเต้แคว้นฉินก็หมุนตัวเดินออกไปจากท้องพระโรง
เสียงระเบิดเบาๆ ดังขึ้น
อักขระยันต์ที่อยู่ในม้วนหนังสือได้แสดงผลครั้งสุดท้ายของมันออกมา สะเก็ดไฟลุกขึ้นมาอีกครั้ง
ทหารแคว้นฉินจำนวนหลายร้อยนายกรูกันเข้าไปในท้องพระโรง ฟาดฟันเข้าใส่ซีอี้อวิ๋น
นกชิงเหนี่ยวบินออกไปทางด้านหน้าพระราชวัง ภาพสุดท้ายที่มองเห็นคือภาพนี้
ภายในโรงเรียนหลวงของเมืองเสียน