งค่อยๆ ลดลง ไม่สามารถต่อกรกับแคว้นฉินได้อีกต่อไป
ในทางกลับกัน แคว้นฉินที่กลืนกินแคว้นฉู่ยิ่งทวีความแข็งแกร่ง กองทัพม้าเหล็กไร้ซึ่งผู้ต่อกร
ในรุ่งเช้าวันหนึ่ง ดวงอาทิตย์เพิ่งโผล่พ้นขอบฟ้า ฮ่องเต้แคว้นฉินลุกจากเตียงเดินไปริมหน้าต่าง ได้กลิ่นเหม็นไหม้ของน้ำยาเคลือบที่ลอยมาจากด้านนอกวัง คิ้วขมวดขึ้นเล็กน้อย
เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับศึกใหญ่หลังจากนี้ ทางแคว้นฉินได้ทำการเตรียมอาวุธและชุดเกราะมาอย่างต่อเนื่อง กลิ่นเหล่านี้และควันไฟเหล่านั้นคือสิ่งที่ต้องแลกมาอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้
ฮ่องเต้แคว้นฉินเคยชินกับกลิ่นนี้ตั้งนานแล้ว เรียกได้ว่าค่อนข้างมีความสุขเวลาที่ได้กลิ่นของมัน แต่หลายวันมานี้อาการไอของเขากลับทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นเงาดำที่ปกคลุมอยู่บนหัวใจของเขา
เขาเป็นยอดฝีมือในการบำเพ็ญพรต ย่อมต้องรู้ว่าตัวเองไม่ได้ป่วยเป็นอะไร แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดจึงรู้สึกไม่ค่อยสบาย
ฮองเฮายกน้ำแกงเห็ดหูหนูขาวชามหนึ่งเดินเข้ามา ด้านข้างชามมีน้ำตาลลูกแพรวางอยู่สามก้อน นางกล่าวถามอย่างระมัดระวังว่า “ฝ่าบาท ถ้าอย่างไรให้หม่อมฉันไปตามหมอหลวงมาดีไหมเพคะ”
คิ้วฮ่องเต้แคว้นฉินยิ่งขมวดหนักขึ้น เขามองนางอย่างหงุดหงิดพลางกล่าวว่า “ผู้หญิงที่ไม่รู้เรื่องอะไร ทำไมถึงพูดมากเช่นนี้?”
เมื่อกล่าวประโยคนี้จบ เขาก็สะบัดแขนเสื้อเดินจากไป
ฮองเฮายืนหน้าซีดอยู่กับที่ งุนงงเล็กน้อยก่อนจะได้สติขึ้นมา จึงรีบวางถาดอาหารลงแล้