วคุกเข่าส่งฮ่องเต้
นางรู้ว่าฝ่าบาทจะไปตำหนักซูกงเพื่อพบองค์หญิงองค์นั้น
ทุกครั้งที่เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นมา ฝ่าบาทจะเสด็จไปที่นั่น ต่อให้ไม่มีเรื่องใหญ่อะไร ฝ่าบาทก็จะชอบไปนั่งเสวยชาที่นั่น ฝ่าบาทไปพบองค์หญิงองค์นั้นบ่อยกว่าพบนางเสียอีก แต่นางไม่กล้าแสดงความไม่พึงพอใจใดๆ เพราะนางรู้ว่าในพระทัยของฝ่าบาท องค์หญิงองค์นั้นมีความสำคัญมากกว่าตนเองหลายเท่านัก
……
……
ตำหนักซูกงยังคงเงียบสงบและสวยงามเหมือนที่ผ่านมา ดอกบัวที่เหี่ยวแห้งในสระน้ำมิได้ให้ความรู้สึกเสื่อมโทรม อาจเป็นเพราะในโคมไฟที่แขวนอยู่ริมทางเดินยังคงมีกลิ่นธูปเทียนของเมื่อคืนหลงเหลืออยู่
ฮ่องเต้แคว้นฉินถอดเสื้อคลุมตัวใหญ่ออก ก่อนจะโยนไปให้นางกำนัลที่เดินเข้ามา จากนั้นนั่งลงตรงหน้าพิณ สูดหายใจลึกๆ รู้สึกอารมณ์สงบลงไปไม่น้อย
ไป๋เจ่านั่งอยู่อีกด้านหนึ่งของพิณ นิ้วมือวางเรียงลงบนสายพิณ ผมสีดำถูกรวบไปไว้ข้างหลังอย่างง่ายๆ ให้ความงดงามที่เป็นธรรมชาติ เหมือนผ้าแพรสีขาวที่ห้อยอยู่บนแขน
“ขันทีเหอคงจะออกทะเลไปแล้วจริงๆ อย่างน้อยก็คงไม่กลับมาในเร็วๆ นี้ ส่วนฮ่องเต้แคว้นฉู่ต่อให้ยังมีชีวิตก็คงไม่กล้าโผล่หน้ามาเช่นเดียวกัน ยิ่งไปกว่านั้นก็เหมือนกับที่เจ้าได้บอกเอาไว้ในตอนนั้น คนเพียงคนเดียวไม่สามารถสร้างปัญหาอะไรได้” ฮ่องเต้แคว้นฉินนยกถ้วยชาขึ้นมาดื่ม ก่อนกล่าวต่อว่า “ข้าอยากจะเดินหน้าต่อไปอีก”
ไป๋เจ่าเงยหน้าขึ้นมา มองเขาพลางกล่าว “วันนี้ท่าน