ดูค่อนข้างใจร้อนนะ”
น้ำเสียงแบบนี้ทำให้ฮ่องเต้แคว้นฉินรู้สึกไม่ค่อยสบายเท่าไร เขากระแอมเล็กน้อย กล่าวว่า “เรื่องที่ควรทำ สุดท้ายก็ต้องทำ ทำให้เสร็จเร็วหน่อยมันก็ดีเหมือนกัน”
ไป๋เจ่าก้มหน้ามองดูสายพินที่อยู่ใต้นิ้ว กล่าวถามว่า “แคว้นฉีล่ะ?”
“ตอนนี้อวิ๋นซีชื่อเสียงบารมีสูงส่ง ในแคว้นฉี จ้าว อดีตแคว้นฉู่ หรือกระทั่งในเมืองเสียนหยางของข้าพเจ้าก็ยังมีสาวกของเขาอยู่ไม่น้อย แต่เขากลับเอาแต่พูดว่าไม่เอาสงคราม”
ฮ่องเต้แคว้นฉินวางถ้วยชาลง กล่าวด้วยสายตาเย็นเยือกเล็กน้อยว่า “ข้าพเจ้าจะรวมแผ่นดิน เขาและคำสอนของเขาจะทำให้เกิดปัญหายุ่งยากหลายอย่าง”
ไป๋เจ่าไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา นางกล่าวว่า “ท่านคิดจะทำอย่างไร? คนเช่นนี้ไม่อาจสังหารส่งเดชได้ มิเช่นนั้นประชาชนจะเทใจออกห่าง คิดอยากจะพิชิตใต้หล้ามันจะยิ่งลำบาก”
ฮ่องเต้แคว้นฉินกล่าวว่า “ข้าพเจ้าอยากลองดูว่าจะสามารถกล่อมเขาได้หรือไม่”
“บัณฑิตของเรือนอี้เหมายากจะถูกเกลี้ยกล่อมได้ เพราะหลักการของพวกเขามีความชัดเจนเป็นอย่างมาก”
ไป๋เจ่าลูบสายพิณอย่างแผ่วเบา กล่าว “ถึงแม้ซีอี้อวิ๋นจะลืมไปแล้วว่าตนเองเป็นใคร แต่ดูแล้วก็คงยากที่จะเกลี้ยกล่อมเขาได้”
ฮ่องเต้แคว้นฉินกล่าวว่า “ข้าพเจ้าจะใช้ความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้บอกเขาว่าหาคิดต่อต้านกองทัพม้าเหล็กของข้าพเจ้า นั่นกลับจะทำให้ประชาชนนับหมื่นยิ่งพบเจอกับหายนะและความเจ็บปวด สู้ยอมแพ้เสียจะดีกว่า”
ไป๋เจ่ากล่าวว่า “หาก