งที่ไม่เชื่อฟังเหล่านั้นมิอาจปล่อยเอาไว้ได้ ขอไทเฮาได้โปรดขับพวกเขาออกไปจากราชสำนักด้วย”
ไทเฮาโมโหขึ้นมา กล่าวว่า “ขุนนางทั้งราชสำนักมีใครยินดีเชื่อฟังเจ้า? หรือจะต้องไล่จะต้องฆ่าให้หมด?”
การสนทนาครั้งนี้จบลงแบบไม่ดีนัก เรื่องนี้เข้าสู่สภาวะหยุดชะงัก นอกเสียจากเหอจานจะกวาดล้างขุนนางในราชสำนักให้สะอาด
แต่ก็เหมือนอย่างที่ไทเฮากังวล หากไล่ฆ่าขุนนางกันหมด ใครจะบริหารอาณาจักร?
ในเวลานี่เอง อวิ๋นซีกลับมาจากแคว้นฉู่ แสดงตัวขอเข้าพบเหอกงกง
ในฐานะที่เป็นผู้นำของโรงเรียนหลวงของแคว้นฉี เขาเที่ยวเดินทางสอนหนังสือมาเป็นเวลายี่สิบปี มีชื่อเสียงและบารมีในหมู่คนที่เรียนหนังสืออย่างที่ไม่มีใครสามารถเทียบได้
หลายคนต่างกำลังคิดว่าคนอย่างอาจารย์อวิ๋นซีมาขอเข้าพบขันทีเหอที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ นั่นจะต้องเป็นเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงนี้อย่างแน่นอน
เหอจานพบอวิ๋นซีที่หน่วยสืบสวนและจับกุม ภายในจวนถูกเก็บกวาดจนสะอาดสะอ้าน ดังนั้นร่องรอยการถูกทุบทำลายจึงยิ่งดูชัดเจน
เขามองอวิ๋นซี พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “เจ้าคิดว่าเป็นความผิดของข้าทั้งหมด?”
อวิ๋นซีกล่าว “ส่วนแรกท่านไม่ผิด ส่วนหลังท่านไม่ถูก”
เหอจานกล่าวว่า “ที่นี่เป็นสถานที่ที่ข้าสร้างมากับมือ จะให้ถูกทำลายลงอย่างนี้นะหรือ”
อวิ๋นซีกล่าวว่า “หากกงกงไม่อยากให้ที่นี่ถูกทำลาย แล้วจะมีใครทำลายที่นี่ได้? ในเมื่อแคว้นจ้าวเป็นของกงกง ท่านก็ควรจะรักและรู้ค่า