จริง
ความสงบสุขของแคว้นจ้าวไม่สามารถคงอยู่ได้นานนัก เมื่อเวลาผ่านไป ฮ่องเต้ก็ใกล้จะบรรลุนิติภาวะขึ้นทุกที อีกไม่นานก็จะได้บริหารบ้านเมืองด้วยตัวเองแล้ว ย่อมต้องมีขุนนางจำนวนไม่น้อยที่พยายามแสดงความจงรักภักดีออกมาล่วงหน้า ปีกของฮ่องเต้น้อยค่อยๆ กล้าแข็ง ความมั่นใจก็ค่อยๆ มากขึ้น เขายังคงแสดงความกตัญญูต่อไทเฮาอยู่ กับเหอจานก็ยังคงให้ความเคารพ แต่สิ่งที่ยากจะหลีกเลี่ยงก็คือความคิดบางอย่างที่เพิ่มขึ้นมา
ขุนนางบัณฑิตที่เพิ่งสอบผ่านคนหนึ่งได้ถวายฎีกาบอกว่าราชวงศ์ของเราปกครองบ้านเมืองด้วยความกตัญญู อ๋องเหอเจียนเป็นพระบิดาของฝ่าบาท ตามหลักแล้วควรได้รับการยกย่องให้เป็นฮ่องเต้ นำเอาป้ายวิญญาณไปตั้งไว้ในศาลบูรพกษัตริย์
ในงานประชุมว่าราชการช่วงเช้าเกิดเสียงวุ่นวายขึ้นมา แต่กลับไม่มีขุนนางคนไหนกล้าแสดงความคิดเห็น ฝ่าบาทยังคงนิ่งเงียบ ม่านลูกปัดที่อยู่บนพระมาลามิได้ขยับแม้แต่น้อย
ตามหลักแล้ว เรื่องนี้จะต้องก่อให้เกิดความวุ่นวายเป็นอย่างมาก ทั้งสองฝ่ายโจมตีใส่กันและกันเหมือนดั่งพายุฝนที่โหมกระหน่ำ แต่ภายในราชสำนักกลับเงียบสงบอย่างน่าประหลาด
ไม่ว่าใครต่างก็รู้ว่าเป็นเพราะอะไร
ช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ รถของเหอกงกงถูกบัณฑิตที่กล้าหาญผู้หนึ่งขวางทางเอาไว้
บัณฑิตคนนั้นมองข้ามสายตาอันเย็นยะเยือกขององครักษ์ชุดแดงและสายตาเป็นห่วงที่อยู่รอบๆ ก่อนกล่าวตะโกนเสียงดังว่า “นี่คือธรรมเนียมสำคัญของแคว้นเรา ขอกงกงโปรด