ในท้องพระโรงก็หยุดลง เหล่าขุนนางได้สติขึ้นมา พากันมองไปทางมหาบัณฑิตโจว
ริมฝีปากของมหาบัณฑิตโจวสั่นเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวคำพูดประโยคหนึ่งออกมาอย่างยากลำบาก “เจรจาสงบศึกกับแคว้นฉิน ให้ทหารหลวงทั้งหมดเดินทางไปยังค่ายตะวันตก”
เขาใช้สายตาที่แข็งกร้าวที่สุดจ้องมองดูเหล่าขุนนาง พลางกล่าวด้วยเสียงเย็นยะเยือก
“ห้ามไม่ให้ใครออกไปพูดเรื่องนี้ข้างนอก อย่ามาอ้างกับข้าว่าปิดไม่อยู่ ต่อให้ปิดได้วันเดียวก็ต้องปิด ได้ยินไหม!”
……
……
คณะทูตของแคว้นฉินคณะหนึ่งเดินทางเข้ามายังเมืองหลวงของแคว้นฉู่อย่างเงียบๆ
จากคำขอของทางแคว้นฉู่ อ๋องจิ้งไม่ได้ปรากฏตัว แต่ในคณะทูตยังคงมีคนของชางโจวอยู่หลายคน ขุนนางบางคนในราชสำนักเกิดความคิดขึ้นมาหลายอย่าง พวกเขาพยายามทุกวิถีทางเพื่อจะผูกสัมพันธ์กับคนเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นราวคราวเดียวกันหรือว่าคนบ้านเดียวกัน เพื่อที่จะได้ปกป้องชีวิตตัวเอง บางคนถึงขนาดหวังเอาไว้ว่าจะมีตำแหน่งดีๆ ในราชวงศ์ใหม่หลังจากนี้
อดีตคนชางโจวเหล่านั้นล้วนแต่เป็นอดีตขุนนางของแคว้นฉู่ แต่กลับเป็นคนที่ถงเหยียนซึ่งเป็นรัฐทายาทของอ๋องจิ้งเป็นคนคัดเลือกขึ้นมา พวกเขาติดต่อกับขุนนางแคว้นฉู่ด้วยรอยยิ้มจอมปลอม มีเพียงตอนที่ทอดตามองไปยังพระราชวัง บนใบหน้าถึงจะเผยให้เห็นสีหน้าเและเคียดแค้น
ต่อให้เป็นคณะทูตที่ลับแค่ไหนก็ไม่สามารถปิดบังคนทุกคนได้ ข่าวคราวค่อยๆ แพร่กระจายออกไปนอกวังหลวง ความวุ่นวายค่อยๆ ก่อตั