าเมืองโจวเป็นห่วงว่าฝ่าบาทอาจจะยังไม่ทราบถึงความซับซ้อนของสถานการณ์ในตอนนี้ จึงกล่าวว่า “ค่ายทหารด้านนอกเมืองหลวงไม่มีทางฟังคำสั่งของนายพลเผยแล้วพ่ะย่ะค่ะ เรือนต่างๆ ภายในเมืองหลวงต่างมีการเตรียมพร้อมเอาไว้แล้ว พวกอ๋องเหล่านั้นก็คงไม่มีทางอยู่เฉยเด็ดขาด ไม่แน่พวกเขาอาจจะช่วยโอกาสนี้ก่อความวุ่นวาย ฝ่าบาท….”
“พวกเจ้าเป็นคนที่มหาบัณฑิตเลือก หากเรื่องเล็กๆ แค่นี้ยังจัดการไม่ได้ เช่นนั้นสายตาเขาก็คงจะแย่เกินไปหน่อยแล้ว”
เมื่อคิดถึงมหาบัณฑิตเฉินที่ตายอยู่ในท้องพระโรงและเจ้ากระทรวงจินที่ตายไปเมื่อวานนี้ จิ๋งจิ่วถึงได้พบว่าสายตาของมหาบัณฑิตจางนั้นไม่ได้ดีเท่าไร ยกเว้นก็เสียแต่เรื่องที่เขามองตัวเองออก
“เอาเป็นว่าเรื่องเล็กๆ แค่นี้ไม่ต้องมากวนใจข้า วันนี้ไม่ต้อง ต่อไปก็ไม่ต้อง ในด้านนี้พวกเจ้าต้องตั้งใจเรียนรู้จากเขาให้ดี”
เมื่อกล่าวจบประโยคนี้ เขาก็หมุนตัวเดินไปทางตำหนักเย็น
จัวหรูซุ่ยหาวออกมา ก่อนจะเดินตามออกไป
……
……
กุญแจที่ถูกสนิมกัดกินจนใช้การไม่ได้ถูกกำจัดทิ้ง ประตูด้านข้างที่ปกติเอาไว้ใช้ส่งข้าวของเครื่องใช้ถูกปิดตาย นอกจากนี้แล้ว ในตำหนักเย็นก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรอีก ยังคงเย็นยะเยือกเหมือนแต่ก่อน
จิ๋งจิ่วโยนกระบี่ที่เสียหายอย่างหนักเล่มนั้นลงไปในบ่อน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่แล้วกลับมานั่งลงบนตั่ง เลือดที่ท่วมตัวก่อนหน้านี้ย่อมต้องถูกทำความสะอาดไปหมดแล้ว
จัวหรูซุ่ยยืนอยู่หน้าตั่ง กล่า