ึงได้นึกขึ้นมาได้ว่าที่แท้แคว้นฉู่ยังมีฮ่องเต้อยู่ ในตอนที่มหาบัณฑิตจางยังมีชีวิตอยู่ เรื่องเหล่านี้ไม่มีใครคิดถึง แต่ตอนนี้มหาบัณฑิตตายไปแล้ว ในราชสำนักไม่อาจมีขุนนางที่มีอิทธิพลเช่นนี้ปรากฏตัวขึ้นมาเป็นคนที่สองอีก อย่างนั้นตำแหน่งฮ่องเต้จึงเปลี่ยนเป็นมีความสำคัญขึ้นมาทันที
มหาบัณฑิตจางได้เตรียมการเอาไว้มากมายก่อนจะตาย หากทุกอย่างดำเนินไปตามที่วางแผนเอาไว้ มรดกทางด้านการปกครองที่เขาทิ้งเอาไว้ให้แก่แคว้นฉู่น่าจะยังอยู่ไปได้อีกหลายปี
แต่ที่น่าเสียดายก็คือในหมู่ขุนนางนั้นมักจะมีความทะเยอทะยานอยู่ ความละโมบในอำนาจได้ทำให้ราชสำนักไม่อาจสงบสุขไปได้ตลอด
ในตอนที่ฝนฤดูใบไม้ร่วงครั้งที่สามตกลงมา ฝ่ายตรวจการก็เริ่มลงมือ ฎีกาสิบกว่าฉบับถูกส่งไปยังสำนักตรวจฎีกากลาง กล่าวหาเจ้าเมืองคนหนึ่ง
หลังมหาบัณฑิตเฉินและขุนนางชั้นผู้ใหญ่ได้เห็นฎีกาเหล่านั้น พวกเขาก็ส่งฎีกาเข้าไปในวังโดยไม่พูดอะไร
ฝ่าบาทไม่ได้ใช้ลัญจกรมาเป็นเวลาหลายปี ครั้งนี้ดูแล้วก็คงไม่มีข้อยกเว้น แต่พฤติกรรมของขุนนางในราชสำนักเดิมมันก็เป็นการแสดงให้เห็นท่าทีอย่างหนึ่ง
เจ้าเมืองคนนี้คือคนที่มหาบัณฑิตจางเก็บเอาไว้ พูดให้ถูกก็คือเขาเป็นอัครมหาเสนาบดีที่มหาบัณฑิตจางเตรียมเอาไว้ให้จิ๋งจิ่วในอีกสิบปีหลังจากนี้
เมื่อลมฝนเกิดขึ้นพร้อมกันก็ยากจะได้พักผ่อน ไม่นานปลายหอกแห่งความขัดแย้งก็ชี้ไปยังนายพลเผย
หลังดื่มสุราไปเหยือกหนึ่ง นายพลชื่อดังแห่งแ