น ไม่ถึงกับเลอะเลือน”
เหล่าฮูหยินค่อนข้างเหนื่อยล้า กล่าวว่า “เงินที่พ่อของเจ้ารับมาชั่วชีวิตนี้มากกว่านี้มากนัก”
คุณชายใหญ่คลานมาข้างหน้า เอามือคว้าจับลูกกรงเอาไว้ กล่าวถามว่า “พวกสารเลวในราชสำนักนั่นมันคิดจะทำอะไรกันแน่ขอรับ”
เหล่าฮูหยินแค่นหัวเราะขึ้นว่า ก่อนกล่าวว่า “จะทำอะไรล่ะ? พวกมันก็คิดจะป้ายสีพ่อเจ้า จากนั้นเหยียบให้จมดินไงล่ะ”
คุณชายใหญ่นิ่งเงียบไปครู่ ก่อนกล่าวว่า “จัดการข้านั้นเป็นเรื่องง่าย แต่ถ้าคิดจะลงโทษท่านพ่อ อาศัยเพียงพวกเขาจะทำได้ยังไงขอรับ?”
เหล่าฮูหยินจึงกล่าวด้วยเสียงเย็นชาว่า “พวกมันถึงได้ยกฝ่าบาทขึ้นมาอ้างไง”
คุณชายใหญ่ตกใจเป็นอย่างมาก กล่าวว่า “ฮ่องเต้ปัญญาอ่อนนั่นน่ะหรือ?”
เหล่าฮูหยินกล่าวว่า “ว่ากันว่าพ่อของเจ้าสร้างคดีรัฐทายาทอ๋องจิ้งขึ้นมาก็เพื่อจะจับฝ่าบาทไปขังเอาไว้ในวัง นี่เป็นโทษหนักถึงขั้นประหารเก้าชั่วโคตร”
สีหน้าของคุณชายใหญ่ยิ่งขาวซีด เขากล่าวว่า “จริงอยู่ที่ท่านพ่อไม่เคารพต่อฝ่าบาท หรือว่า…มันจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ ขอรับ?”
เหล่าฮูหยินกล่าวว่า “คนที่พ่อของเจ้าเคารพมากที่สุดในชีวิตนี้ก็คือฝ่าบาท เขาจะทำเรื่องเหลวไหลแบบนั้นได้อย่างไร?”
คุณชายใหญ่ไม่เชื่อคำพูดประโยคนี้ เขายิ้มเจื่อนพลางกล่าวว่า “ไม่ว่าอย่างไร สุดท้ายมันก็ไม่มีประโยชน์แล้วท่านแม่ ข้าไม่อยากจะถูกสารเลวพวกนี้มันดูหมิ่น…”
เหล่าฮูหยินกล่าวว่า “ที่ข้ามาหาเจ้าในคืนนี้ ก็เพราะว่ากลัวเจ้าจะท