ไป๋เจ่ามองดูสายที่อยู่บนพิณเหล่านั้น นิ่งเงียบไม่กล่าวกระไร เมื่อใช้ชีวิตอยู่ในดินแดนแห่งความฝันเป็นเวลานาน ถูกโลกในดินแดนแห่งความฝันทำให้สับสน ผู้แสวงมรรคาอาจจะลืมเรื่องที่เกิดขึ้นในโลกก่อนหน้านี้ไปได้ แต่เห็นได้ชัดว่าซีอี้อวิ๋นมิได้เป็นแบบนั้น เขาเหมือนจงใจที่จะลืมมันไปมากกว่า เหตุใดเขาถึงทำเช่นนี้?
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร นางกล่าวทอดถอนใจขึ้นมาเบาๆ ว่า “ช่างมหัศจรรย์จริงๆ”
ไป๋เชียนจวินเองก็มีความคิดแบบเดียวกัน กล่าวว่า “ควรจะจัดการอย่างไรดี?”
“เหล่าบัณฑิตของเรือนอี้เหมาไม่ฝึกเต๋า แต่ใจแห่งเต๋ากลับมั่นคงดุจหินผา ยากสั่นคลอนได้”
ไป๋เจ่ากล่าว “ตอนนี้คิดหาวิธีฆ่าเขา ไม่อย่างนั้นหลังจากนี้จะต้องเกิดปัญหายุ่งยากอย่างมากแน่”
ไป๋เชียนจวินพลันกล่าวขึ้นมา “ข้าเองก็ลืมเรื่องบางเรื่องไป ขอเพียงไม่ไปคิดถึงมันก็จะลืมมันไป แต่บางเรื่องถ้าไม่อยากลืมก็ลืมไม่ได้”
ต่อให้เป็นสายตาที่สงบนิ่งแค่ไหนก็ต้องถูกรับรู้ได้ ยิ่งไปกว่านั้นด้านหลังสายตาที่สงบนิ่งนั้นยังมีความเร่าร้อนแอบซ่อนอยู่
ไป๋เจ่าไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา กล่าวว่า “ศิษย์พี่ถงเหยียนออกไปแล้ว ท่านคิดว่าอย่างไร?”
ไป๋เชียนจวินค่อยๆ ดึงสายตากลับมา มองไปยังเงาไฟที่สะท้อนอยู่บนผิวน้ำในสระ น้ำเสียงเยือกเย็นลงเล็กน้อย
“เดิมข้าก็คัดค้านเรื่องที่เขาจะไปเมืองหลวงของแคว้นฉู่แล้ว ศิษย์น้องกับเขาต่างให้ความสำคัญกับจิ๋งจิ่วมากเกินไป”
ไป๋เจ่ากล่าวด้วยน้ำเสียงเ