รียบเฉยว่า “ศิษย์พี่ตายแล้ว แสดงให้เห็นว่าจิ๋งจิ่วคู่ควรที่จะให้ความสำคัญอย่างที่ข้าว่าไว้”
ไป๋เชียนจวินนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนกล่าวว่า “ศิษย์น้องเจ้าถูกเสมอ”
ไป๋เจ่าจ้องมองใบหน้าด้านข้างของเขาอย่างเงียบๆ ก่อนกล่าวว่า “ถูกต้อง มีอะไรไม่เหมาะหรือเปล่า?”
“ไม่มีอะไรไม่เหมาะ ทุกอย่างล้วนแต่ดำเนินการไปตามความคิดของเจ้ากับถงเหยียน สุดท้ายยันต์เซียนจะต้องตกเป็นของพวกเราอย่างแน่นอน”
ไม่รู้ว่าสายลมจากที่ใดพัดเข้ามาในวัง ทำลายเงาสะท้อนของตะเกียงไฟตรงตำแหน่งที่สายตามองเห็นได้จนแตกกระจาย
ไป๋เชียนจวินมองไปตรงนั้นอย่างเงียบๆ ก่อนกล่าวว่า “จู่ๆ ข้าเพียงแค่อยากจะลืมเรื่องบางเรื่องไปให้มากกว่านี้”
เมื่อพูดจบประโยคนี้ เขาก็หมุนตัวเดินออกจากตำหนัก เตรียมพร้อมสำหรับงานราชาภิเษกในวันพรุ่งนี้
ไป๋เจ่ามองดูผิวน้ำ มิได้กล่าวกระไร
นางเข้าใจความหมายของเขา รู้สึกเบื่อหน่าย
เงาตะเกียงไฟที่อยู่บนผิวน้ำค่อยๆ กลับมารวมตัวอีกครั้ง
นางคิดถึงข่าวลือจากทางแคว้นฉู่
หลังจากเขียนหนังสือสารภาพผิดแล้ว จิ๋งจิ่วก็ถูกมหาบัณฑิตผู้นั้นขังเอาไว้ในตำหนักเย็น
เขาย่อมมิได้เขียนหนังสือสารภาพผิดด้วยตนเอง แต่การถูกขังเอาไว้ในตำหนักเย็นนั้นเป็นเรื่องที่เขายินดีทำด้วยตัวเอง ก็เหมือนอย่างนาง
เมื่อคิดถึงความบังเอิญนี้ ไป๋เจ่ายิ้มขึ้นมา รู้สึกว่าน่าสนใจเป็นอย่างมาก
……
……
ผ่านไปอีกห้าปี
ฮ่องเต้ไป๋แห่งแคว้นฉินนิสัยโหดเหี้ยม ขูดรีดภาษี บังคับให