เหยียนเดินผ่านอุโมงค์กลับมายังหอเล็ก หลังออกมาจากหอก็มิได้เดินออกไปนอกหุบเขาหุยอิน หากแต่เหยียบอากาศทะยานออกไป
วิชาหลบหนีฟ้าดินยอดเยี่ยมล้ำลึก เพียงไม่กี่อึดใจเขาก็ฝ่าทะเลเมฆขึ้นมายังยอดเขายอดหนึ่งที่สูงเป็นอย่างมากของเขาอวิ๋นเมิ่ง
ริมหน้าผามีรั้วไม้
หญิงสาวชุดขาวผู้หนึ่งยืนอยู่ริมรั้ว
นางมองดูภูเขาหิมะที่อยู่ห่างออกไป ตนเองก็ยืนจนดูคล้ายภูเขาหิมะลูกหนึ่งเช่นกัน
ถงเหยียนลงมายังยอดเขา กล่าวคารวะว่า “คารวะอาจารย์”
ตามหลักแล้ว ในฐานะที่เป็นยอดฝีมือขั้นมหายาน นางไม่ควรจะสนใจงานชุมนุมแสวงมรรคาครั้งนี้นัก แต่นักพรตไป๋กลับยืนดูอยู่ที่นี่มาเป็นเวลานี่สิบกว่าวันแล้ว
“จิ๋งจิ่วไม่ตั้งใจเป็นฮ่องเต้ให้ดี เขาคิดจะทำอะไร?” นางกล่าวถาม
ถงเหยียนกล่าว “เขาไม่คิดจะเข้าร่วมการช่วงชิงแผ่นดิน หากแต่จะสังหารผู้แสวงมรรคาทั้งหมดขอรับ”
“อาศัยเพียงเขา?” นักพรตไป๋หมุนตัวกลับมา
บนใบหน้าของนางคล้ายมีหมอกบางๆ ปกคลุมอยู่ชั้นหนึ่ง มองไม่เห็นใบหน้า คล้ายมองเห็นแค่เพียงความเย็นยะเยือกที่อยู่ในส่วนลึก
ถงเหยียนครุ่นคิด ก่อนจะมั่นใจว่าการวิเคราะห์ของตนเองไม่ผิด จากนั้นกล่าวว่า “ขอรับ”
นักพรตไป๋กล่าวว่า “นักฆ่าอย่างจัวหรูซุ่ยสุดท้ายก็มีแต่ต้องตาย แล้วเขาจะไปแตกต่างได้อย่างไร?”
ในคันฉ่องฟ้ากระจ่างมีการจำกัดสภาวะเอาไว้ ผู้บำเพ็ญพรตบรรลุได้ถึงแค่ขั้นจิตก่อรูประดับต้น หรือก็คือขั้นคเนจรระดับต้น ต่อให้แข็งแกร่งแค่ไหนก็ไม่มีท