่นดินทางใต้นั้นสงบสุข
แคว้นฉู่ฝนตกต้องตามฤดูกาลมาหลายปี พืชพรรณธัญญาหารสมบูรณ์ ประชาชนมีความสุข ภาษี การปกครองล้วนแต่เรียกได้ว่าอยู่ในจุดที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ เหมือนจะอยู่ในช่วงที่รุ่งเรืองที่สุด
ความสามารถในการปกครองอาณาจักรของมหาบัณฑิตจางปรากฏสู่สายตาของผู้คน กระทั่งอำนาจทางการทหารของจิ้งอ๋องก็ยังถูกราชสำนักริบกลับมาอย่างเงียบๆ ด้วยฝีมือของเขา
ไม่ว่าจะในมุมมองของอาณาจักรหรือมุมมองส่วนตัว ตอนนี้มหาบัณฑิตก็ได้อยู่ในจุดสูงสุดแล้ว เช่นนั้นก็ถึงช่วงเวลาที่จะทำการเปลี่ยนแปลง
มาถึงจุดสูงสุดของขุนนางแล้ว ยังจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้อีก?
หลายๆ คนได้แอบแนะนำให้มหาบัณฑิตจางขยับไปข้างหน้าอีกก้าว กระทั่งลูกชายของเขาเองก็คิดเช่นนี้เหมือนกัน
ในประวัติศาสตร์หากขุนนางคิดจะยึดราชบัลลังก์ เขาจำเป็นต้องกังวลเรื่องการโจมตีกลับของราชวงศ์และความคิดของประชาชน แต่แคว้นฉู่ในเวลานี้ไม่มีปัญหาเหล่านี้เลย ใครจะไปสนับสนุนฮ่องเต้ปัญญาอ่อนผู้นั้นกันเล่า?
“คนเราเกิดมาครั้งหนึ่งก็ต้องทำอะไรบ้าง ด้วยความสามารถของท่านพ่อ เป็นแค่อัครมหาเสนาบอดีก็เพียงพอแล้วอย่างนั้นหรือ? ประชาชนและเหล่าขุนนางต่างเฝ้ารอคอยกันอยู่นะขอรับ!” บุตรชายคนโตของตระกูลจางคุกเข่าอยู่หน้าเตียงของผู้เป็นบิดา กล่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า “ต่อให้ไม่คิดถึงเรื่องเหล่านี้ หรือท่านจะไม่คิดถึงเรื่องในอนาคตเสียหน่อย? ถึงตอนนั้นท่านจะทนเห็นลูกของตัวเองตายหรือ