หลายๆ เรื่องไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศก็ถูกคนอื่นล่วงรู้ได้ อย่างเช่นความรู้สึกที่ไป๋เจ่ามีต่อจิ๋งจิ่ว อย่างเช่นการแพ้ชนะในการประลองกระบี่ของชิงซานครั้งนี้
เบื้องหน้าต้นไม้ที่หักโค่น จัวหรูซุ่ยยกแขนเสื้อขึ้นมาเช็ดโลหิตที่ไหลออกมาตรงมุมปาก มองดูจิ๋งจิ่วด้วยสายตาแปลกๆ
ก่อนหน้านี้จิ๋งจิ่วสามารถสังหารเขาได้อย่างง่ายดาย แพ้ชนะย่อมเป็นที่รู้กันแล้ว
ร่างกระบี่ไร้ลักษณ์แต่กำเนิดที่ร่ำลือกันช่างร้ายกาจจริงๆ ถึงขนาดมองข้ามความต่างของสภาวะไปได้เลยอย่างนั้นหรือ?
“หากมิเป็นเพราะศิษย์น้องจัวออมมือให้ ท่านจะมีโอกาสได้ลอบโจมตีเขาจนบาดเจ็บหรือ?”
ในท้องฟ้ายามค่ำคืนมีเสียงที่เย็นชาเสียงหนึ่งดังขึ้น
ทุกคนใจเล็กน้อยเมื่อได้ยิน เมื่อครุ่นคิดถึงภาพเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ก็พบว่าคำพูดนี้มีเหตุผล
การต่อสู้ระหว่างผู้บำเพ็ญพรตด้วยกัน น้อยมากที่จะเกิดเหตุการณ์ที่ยืนใกล้กันเหมือนอย่างจิ๋งจิ่วและจัวหรูซุ่ยก่อนหน้านี้ — จัวหรูซุ่ยอยู่ในขั้นคเนจรระดับต้นบริบูรณ์ เพียงแค่ทิ้งระยะห่าง ใช้สภาวะบดขยี้ มาตรว่าวิถีกระบี่ของจิ๋งจิ่วจะแข็งแกร่งเพียงใด ปราณกระบี่มหาศาลแค่ไหน หรือแม้นจะเป็นร่างกระบี่ไร้ลักษณ์แต่กำเนิด เขาก็ไม่มีโอกาสที่จะเอาชนะได้
ในตอนแรกสุด ที่เหอจานกล่าวกับถงเหยียนว่าจัวหรูซุ่ยกำลังออมมือให้จิ๋งจิ่วก็ด้วยเหตุผลข้อนี้
สิ่งที่ทุกคนตกใจยิ่งกว่านั้นก็คือเสียงนี้มาจากกลุ่มศิษย์ชิงซาน
คนผู้นั้นไม่ได้ควบคุมน้ำเสียงขอ