อื่นจ้องมอง แต่มิได้หมายความว่าจะชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นใบหน้าหรือว่ากระบี่
เขาตัดสินใจที่จะจบการต่อสู้ครั้งนี้ จึงคลายสองมือที่ไพล่อยู่ข้างหลังมาโดยตลอดตั้งแต่เริ่มต่อสู้
กระบี่เหล็กพลันปรากฏกายขึ้นในท้องฟ้ายามค่ำคืน กลับมาข้างกายเขา ก่อนจะปักลงไปในพื้นดิน
นี่คือโอกาสในการโจมตีที่ดีที่สุด
แต่จัวหรูซุ่ยกลับไม่ขยับ
ในเวลานี้ ในที่สุดเขาก็เงยหน้าขึ้นมา
มองไปทางจิ๋งจิ่ว
เมื่อรับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของไอพลังในฟ้าดินภายในหุบเขา เขาก็รีบถอยไปด้านหลังอย่างไม่ลังเล ถอยไปจนถึงชายป่าที่อยู่ห่างออกไปร้อยจ้าง จากนั้นนั่งขัดสมาธิลงกับพื้น
เขาหลับตา ฝ่ามือของมือซ้ายชูขึ้นไปด้านบน มือขวาร่ายเคล็ดกระบี่
กระบี่บินเล่มนั้นปรากฏตัวขึ้นในท้องฟ้า จากนั้นหายไปอีกครั้ง
ชายเสื้อของจิ๋งจิ่วสะบัดเล็กน้อย ก่อนจะหายตัวไปเช่นกัน
แสงดาวสาดส่องลงมาในหุบเขา เงียบสงัดไร้ซุ่มเสียง แต่กลับแฝงเอาไว้ด้วยความอันตรายที่น่ากลัวเป็นอย่างมาก
ลมยังคงพัดมา พัดพายอดไม้และใบหญ้า ทุกเส้นโครงร่างคล้ายกลายเป็นลำแสงกระบี่ หนาทึบน่าครั่นคร้าม
ไม่รู้ว่าเป็นลมที่โกรกเข้าไปในถ้ำที่อยู่บนหน้าผา หรือว่าเสียงเสียดสีกันของใบไม้ ภายในหุบเขาจึงมีเสียงหวีดที่ดังโหยหวน
สีหน้าของจัวหรูซุ่ยดูขาวซีดขึ้นเรื่อยๆ
เจตน์กระบี่อันน่าสะพรึงปกคลุมทั่วทั้งหุบเขา
เซ่อเซ่อและคนอื่นๆ ไม่สามารถยืนดูอยู่ที่เดิมได้ ต่างถอยขึ้นไปบนหน้าผา
สีหน้าของเหอจานค่อนข้าง