มื่อคิดถึงสถานะของนางในสำนักเสวียนหลิง เรียกได้ว่านี่เป็นกระดิ่งใจพิสุทธิ์ที่ดีที่สุดบนโลก
ไป๋เจ่าและเหอจานต่างไม่รู้เรื่องที่จิ๋งจิ่วรับปากนางไว้ จึงรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก
เหอจานพาเซ่อเซ่อไปหาเพื่อนคนนั้นเพื่อย่างปลา จิ๋งจิ่วไม่ได้จากไป หากแต่เดินเข้าไปในวัดเพื่อพบสมณะสองรูปนั้น
สมณะชรามองเขา ยิ้มๆ ไม่กล่าวกระไร รอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าดูหลุบลึกยิ่งกว่าตอนที่พบกันที่มณฑลหนานเหอ แต่ยังคงดูกระฉับกระเฉง สายตาอ่อนโยน
สมณะหนุ่มเห็นเขาก็รู้สึกตื่นเต้น แต่กลับพูดอะไรไม่ออก
ไป๋เจ๋ารู้สึกแปลก
จิ๋งจิ่วชอบสมณะหนุ่มรูปนี้มาก จึงกล่าวกับสมณะชราว่า “คลายเถอะ”
สมณะชรายิ้มๆ ก่อนจะชี้ไปทางสมณะหนุ่ม
ทันใดนั้นเอง คำพูดจำนวนนับไม่ถ้วนก็พรั่งพรูออกมาจากปากของสมณะหนุ่มราวกับสายน้ำ
คำพูดทำนองว่าไม่เจอกันนาน เป็นอย่างไรบ้างไหลทะลักออกมาไม่หยุด
จิ๋งจิ่วเริ่มรู้สึกเสียใจเล็กน้อย กล่าวถามว่า “เหอจานมาธุดงด์โลกปุถุชน? แล้วทั้งสองท่านมาทำอะไร?”
“งานชุมนุมแสวงมรรคาจะมีการสู้กันมิใช่หรือ…”
สมณะหนุ่มหมุนตัวมามองไป๋เจ่าพลางกล่าว “สำนักของสีกาย่อมต้องเตรียมพร้อมไว้แล้ว ยาเซียนมีอยู่ไม่น้อย แต่การรักษาอาการบาดเจ็บภายนอกยังคงเป็นสิ่งที่พวกอาตมาถนัด”
จิ๋งจิ่วพูดคุยอีกสามสี่ประโยค จึงรู้ว่าสมณะตู้ไห่ที่เป็นตัวแทนวัดกั่วเฉิงยังไม่กลับมา จึงบอกลาแล้วเดินออกไป
เดินเขาอยากจะถามสมณะตู่ไห่ว่าช่วงนี้หลิ่วสือซุ่ยเป็นอย่างไรบ้า