ง
เมื่อเดินออกมาจากวัด
ไป๋เจ่ารู้สึกสงสัยเล็กน้อยว่าเหตุใดเขาถึงได้สนิมสนมกับสมณะที่สภาวะธรรมดาทั้งสองรูปนี้ถึงเพียงนี้ ถึงขนาดยอมคุยเล่นกับพวกเขา
ในขณะที่นางเตรียมถาม นางกลับพบว่าใต้ต้นหลิ่วที่อยู่ข้างหน้ามีหญิงสาวผู้หนึ่งยืนอยู่
ดวงตาของหญิงสาวแดงเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าเพิ่งร้องไห้มา ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ
นางก็คือศิษย์สำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยที่เดิมเตรียมจะเข้าร่วมงานชุมนุมแสวงมรรคาผู้นั้น
เห็นได้ชัดว่าผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยไม่ตอบตกลงคำขอของนาง ยังคงเอาสิทธิ์การเข้าร่วมงานชุมนุมมอบให้จิ๋งจิ่ว
หญิงสาวผู้นั้นเห็นจิ๋งจิ่วก็ยิ่งรู้สึกเสียใจขึ้นมา มองดูกระบี่เหล็กที่อยู่ด้านหลังเขาก็ยิ่งรู้สึกเศร้าใจ
“กระทั่งมิประจักษ์บริบูรณ์เจ้าก็ยังบรรลุไม่ได้ เรียกได้ว่าไม่มีคุณสมบัติที่จะเข้าร่วมงานเลย เช่นนั้นเหตุใดยังต้องแย่งข้าด้วย?”
ไป๋เจ่ารู้ว่าจิ๋งจิ่วไม่มีทางตอบ จึงมองดูนางพลางยิ้มอย่างรู้สึกผิด
“ความจริงข้าเองก็ไม่เข้าใจเช่นเดียวกันว่าความมั่นใจของท่านมันมาจากไหน”
เสียงหนึ่งดังขึ้นไม่ไกล
เสียงนั้นไม่ได้มีความกระฉับกระเฉง แต่ก็ไม่ถึงกับเกียจคร้าน
เกียจคร้านเองก็เป็นอารมณ์อย่างหนึ่ง
ในเสียงนั้นไม่มีอารมณ์
คนที่พูดคือจัวหรูซุ่ย
เขายืนพิงผาหินที่อยู่ด้านข้างทางขึ้นมา หนังตาตกลงมา มองดูพื้น ท่าทางดูเกียจคร้าน
คล้ายว่าหากไม่ทำเช่นนี้ เขาคงจะนอนลงไปกับพื้นแล้ว
จิ๋งจ