ิ่วมองดูเด็กคนนี้ ในใจพลันเกิดความรู้สึกชื่นชม
ไป๋เจ่ามองดูเขา กล่าวว่า “ข้าหาที่ให้พวกท่านไหม?”
จิ๋งจิ่วส่งเสียงอืม
จัวหรูซุ่ยยืนตรงขึ้นมา กล่าวกับนางว่า “รบกวนด้วย”
หญิงสาวจากสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยรู้สึกสับสน ในใจคิดว่าพวกเจ้ากำลังพูดอะไรกัน?
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ตามไป”
หญิงสาวจากสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยตกใจ ในใจครุ่นคิดว่าจะให้ข้าตามไปไหน?”
ไป๋เจ่ายิ้มเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “เจ้าอยากดูคุณสมบัติของเขามิใช่หรือ?”
……
……
ภายในหุบเขาที่มืดครึ้มแห่งหนึ่งมีแสงสว่างทอดลงมาสองสามสาย
เวลาค่ำคืนเพิ่งมาถึง หมู่ดาวยังปรากฏไม่ชัดเจน สีเขียวคล้ำบริเวณหน้าผาดูค่อนข้างดำมืด ให้ความรู้สึกกดดันอันแปลกประหลาด
จิ๋งจิ่วมองไปในสวนลึกของป่า กล่าวว่า “ที่นี่จริงๆ หรือ?”
ไป๋เจ่ากล่าวว่า “หุบเขาแห่งนี้เป็นที่บำเพ็ญเพียรของข้า ถ้ำอยู่ทางด้านบน อีกประเดี๋ยวขึ้นไปนั่งเล่นไหม?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ก็ดี”
จัวหรูซุ่ยเก็บกระบี่เข้าไปในร่างกายใหม่ ในใจครุ่นคิดว่าช่างมีความมั่นใจจริงๆ
ไป๋เจ่ามองดูเขาพลางกล่าว “หากข้าไม่อนุญาต ที่นี่ก็ห้ามไม่ให้ผู้ใดเข้ามา ขอเพียงพวกท่านไม่ทำอะไรเอิกเกริกเกินไป ด้านนอกก็ไม่มีใครที่จะรู้เรื่อง”
จัวหรูซุ่ยเป็นศิษย์คนสุดท้ายของเจ้าสำนักชิงซาน เก็บตัวบำเพ็ญเพียรมายี่สิบกว่าปี สร้างความตกตะลึงให้ทั่วทั้งแผ่นดินในวันเดียว ชื่อเสียงกำลังโด่งดัง
ทุกคนมองว่าเขามีโอกาสที่จะกลายเป็นเจ้าสำนักชิงซานคนต่อไปมากที