ก บรรยากาศคล้ายดูอบอุ่น
แต่เมื่อได้ยินคำพูดครึ่งหลัง บรรยากาศพลันเปลี่ยนเป็นกระอักกระอ่วน ยิ่งดูตึงเครียด
จัวหรูซุ่ยเอาชนะเจ้าล่าเยวี่ยได้ในการทดสอบกระบี่ กลายเป็นตัวแทนเพียงหนึ่งเดียวของชิงซานในการเข้าร่วมงานชุมนุมแสวงมรรคาครั้งนี้
หรือจิ๋งจิ่วคิดอยากจะท้าสู้จัวหรูซุ่ย?
หนานว่างกล่าวว่า “เลือกออกมาแล้ว อย่าก่อเรื่อง”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ผู้ชนะคือใคร?”
ศิษย์ชิงซานหลายคนเหลียวมองไปทางจัวหรูซุ่ยที่อยู่ด้านหลัง
จิ๋งจิ่วมองดูจัวหรูซุ่ย
ใบหน้านั้นธรรมดาเป็นอย่างมาก เหมือนกับความธรรมดาของกั้วตง
จิ๋งจิ่วรู้ว่าเขาฝึกวิชาเต๋าชนิดหนึ่ง มิได้ใส่ใจ หากแต่ดึงสายตากลับมากล่าวกับหนานว่างว่า “ข้าเอาชนะเขาได้ก็พอมิใช่หรือ?”
หนานว่างกล่าวอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย “แล้วทำไมเขาต้องรับคำท้าของเจ้าด้วย?”
งานทดสอบกระบี่ของชิงซานจบลงไปแล้ว จัวหรูซุ่ยคือผู้ชนะ
หากยังสามารถท้าสู้ผู้ชนะได้หลังจากจบงานไปแล้ว เช่นนั้นการทดสอบกระบี่ของชิงซานยังจะมีความหมายอะไร?
จิ๋งจิ่วไม่ได้พูดอะไร
หากจัวหรูซุ่ยไม่ยอมรับคำท้า เขาเองก็ทำอะไรไม่ได้
กู้ชิงพลันก้าวออกมาข้างหน้าสองสามก้าว เข้ามาในกลุ่มคน ก่อนจะมองไปทางจัวหรูซุ่ยแล้วกล่าวว่า “รับคำท้าเถอะ”
เรื่องที่อาจารย์ไม่สะดวกทำ เขาก็ได้แต่ต้องทำแทน
“เจ้าบ้าไปแล้วหรือไง!”
กู้หานมองดูน้องของตัวเอง บนใบหน้าเต็มไปด้วยสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ
อาศัยสภาวะของจิ๋งจิ่วในตอนนี้ คิดจะเอาชนะศิษย์น้อง