ตรงหน้าเกี้ยวเล็กผ้าม่านเขียวหลังนั้น
ผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยอยู่ในเกี้ยว
เหล่าหญิงสาวรู้สึกค่อนข้างตื่นเต้น แล้วก็รู้สึกไม่เข้าใจ ในใจครุ่นคิดว่าเจ้ามาทำอะไร?
นี่เป็นเรื่องของสำนักชิงซานของพวกเจ้า ต่อให้เป็นผู้อาวุโสสูงสุดก็ไม่สามารถช่วยเจ้าได้
พวกนางไม่ได้รู้ว่าก่อนหน้านี้ไม่นาน จิ๋งจิ่วได้พักอาศัยอยู่ที่สำนักแม่ชี
ทุกคนไม่รู้ว่าจิ๋งจิ่วจะทำอะไร
ฟางจิ่งเทียนขมวดคิ้วเล็กน้อย
จิ๋งจิ่วกล่าวกับเกี้ยวเล็กผ้าม่านเขียวว่า “เดี๋ยวข้าเอง”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ภายในหุบเขาอิ๋งเซียนพลันมีเสียงฮือฮาดังขึ้นมา
เขาอยากจะได้สิทธิ์ในการเข้าร่วมงานชุมนุมแสวงมรรคาของสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยอย่างนั้นหรือ?
หญิงสาวของสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยผู้หนึ่งสีหน้าดูแปลกขึ้นมา เพราะนางคือผู้แสวงมรรคาที่สำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยเลือกออกมา
เรื่องราวเกี่ยวพันถึงยันต์เซียนวัฒนะ กระทั่งจัวหรูซุ่ยก็ยังออกจากการเก็บตัวมาแย่งชิง ใครจะยอมเอาสิทธิ์ของตัวเองไปมอบให้ศิษย์สำนักอื่น?
ทุกคนต่างมองว่าจิ๋งจิ่วนั้นเพ้อฝัน อวดดีหลงตัวเอง สำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยย่อมไม่มีทางตอบรับคำขอนี้แน่นอน
ใครจะไปคิดถึงว่าเสียงเสียงหนึ่งจะดังออกมาจากในเกี้ยวเล็กผ้าม่านเขียวนั้น
“แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน”
……………………………………………………………….