้ ทำแบบนี้ หรือเขาไม่กลัวจะถูกท่านกฎแห่งกระบี่ลงโทษ?”
ผู้บำเพ็ญพรตไร้สำนักผู้นั้นใบหน้าแดงเรื่อเล็กน้อย กล่าวว่า “ข้าเองก็ฟังคนอื่นเล่ามาเหมือนกัน ต่อให้รายละเอียดคลาดเคลื่อนไป…ต่อให้ไม่มีการชี้หน้า…แต่ยังไงความหมายก็ต่างกันไม่มาก”
มีคนกล่าวว่า “ไม่ว่าจะเป็นจัวหรูซุ่ยหรือเจ้าล่าเยวี่ยก็ล้วนแต่ไร้ความหมาย งานชุมนุมแสวงมรรคาครั้งนี้เห็นได้ชัดว่ามีการกำหนดตัวผู้ชนะเอาไว้แล้ว”
“สหายท่านนี้หมายความว่าอย่างไร?” มีคนกล่าวถาม
“ทั้งท่านและข้าต่างก็รู้ว่ากฎครั้งนี้คือแต่ละสำนักสามารถส่งคนเข้าร่วมได้แค่หนึ่งคน เช่นนั้นเหตุใดสำนักจงโจวกลับไม่ต้องทำตามกฎนี้? ไม่ว่าจะเป็นถงเหยียนไป๋เจ่าก็ล้วนแต่ไม่ได้ด้อยไปกว่าจัวหรูซุ่ยและเจ้าล่าเยวี่ย ได้ยินว่าครั้งนี้ยังมีคนลึกลับอยู่อีกคนหนึ่งด้วย หลายคนสู้กับคนเดียว เจ้าว่าใครจะชนะ”
คนผู้นั้นส่ายศีรษะพลางกล่าวว่า “หากมีการกำหนดตัวผู้ชนะไว้จริง เหตุใดสำนักจงโจวถึงไม่เก็บยันต์เซียนเอาไว้ใช้เอง ทำไมต้องมาทำอะไรวุ่นวายเช่นนี้ด้วย? อย่าได้เอาความคิดอันอ่อนด้อยของพวกเราไปคาดเดาเลย สำนักจงโจวสามารถกลายเป็นผู้นำแห่งสำนักฝ่ายธรรมะได้ เช่นนั้นก็ย่อมมีเหตุผลของพวกเขาอยู่ เป็นสำนักชิงซานมากกว่าที่ด้อยกว่าสำนักจงโจวมาโดยตลอด แต่กลับไม่ยอมที่จะคบหากับสำนักเล็กๆ อย่างพวกเรา โอหังเป็นอย่างมาก”
ทุกคนคิดถึงนิสัยในเวลาปกติของสำนักชิงซาน พบว่าเป็นจริงดังว่า จึงพากันส่ายศีรษะ
ม