ปลายยอดเขาเสินม่อ หมอกเบาบางค่อยๆ กระจายตัว
กู้ชิงคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเจ้าล่าเยวี่ย
ไม่ว่าจะเป็นจิ๋งจิ่วหรือว่าเจ้าล่าเยวี่ยก็ล้วนแต่ไม่ชอบให้ลูกศิษย์มาคุกเข่าอะไรแบบนี้ แต่วันนี้เขาจำเป็นต้องคุกเข่า เพราะเขากลับมาคนเดียว
เจ้าล่าเยวี่ยมองดูพื้นโล่งๆ ที่อยู่ตรงริมผา คิดถึงเก้าอี้ไม้ไผ่ที่เคยตั้งอยู่ตรงนั้น นิ่งเงียบไปครู่ ก่อนกล่าวถามว่า “เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่?”
กู้ชิงกล่าวว่า “เจ็ดวันก่อนขอรับ”
หยวนฉวี่ยืนอยู่ด้านข้าง รู้สึกค่อนข้างร้อนใจ คิดถึงว่าอาจารย์อาออกไปท่องอยู่ข้างนอกสามปี เพิ่งจะออกมา แต่กลับต้องมาหายตัวไปเช่นนี้อีก?
เจ้าล่าเยวี่ยถามว่า “เขาได้สั่งอะไรไว้ไหม?”
เดิมกู้ชิงอยากจะบอกว่าไม่มี แต่พลันคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นตอนขี่กระบี่ผ่านเขาเหลิ่งซาน จึงกล่าวว่า “อาจารย์บอกว่าให้สืบดูว่าเจ้าสำนักของสำนักเสวียนอินในตอนนี้คือใคร จากนั้นในตอนที่ฆ่าได้ก็ไปฆ่าเสียขอรับ”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าวว่า “อย่างนั้นก็ไปสืบให้ได้ ไปเตรียมตัวซะ”
กู้ชิงคิดในใจ ความหมายของอาจารย์น่าจะหมายความว่าเขาจะเป็นคนไปฆ่าเอง เมื่อหวนคิดดูเล็กน้อย คราวนี้อาจารย์อาจจะกลับมาไม่ได้จริงๆ แล้ว จึงรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก
กระบี่ที่อยู่ในท้องฟ้าสีครามวันนั้น เขามองเห็นอย่างชัดเจน
เมื่อต้องเจอกับการโจมตีอย่างเต็มที่ของเทพกระบี่ซีไห่ ใครยังจะรอดมาได้?
บรรยากาศบนยอดเขาค่อนข้างอึมครึม แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเสียใจเหมือนอย่างก