วะของเขาค่อนข้างสูง แต่กลับยังถูกลมอันรุนแรงรบกวนได้ นี่แสดงให้เห็นว่ากระบี่เหล็กบินอยู่สูงมากและรวดเร็วมาก
กู้ชิงประหลาดใจเป็นอย่างมาก ในใจครุ่นคิดว่ากระบี่ของอาจารย์ลุงม่อเป็นกระบี่ธรรมดา เหตุใดเมื่ออยู่ในมือของอาจารย์กลับคล้ายเป็นกระบี่ชั้นเซียนอย่างไรอย่างนั้น
ส่วนเรื่องที่ลมพายุรุนแรงถึงเพียงนี้ แต่เหตุใดจิ๋งจิ่วกลับคล้ายไม่รู้สึกอะไรเลย กู้ชิงไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน
เขาไม่ได้ตำหนิจิ๋งจิ่วว่าหนังหน้าหนา หากแต่เดิมภายในใจเขาคิดว่าอาจารย์ก็มิใช่ผู้บำเพ็ญพรตธรรมดาอยู่แล้ว เช่นนั้นก็ย่อมมิอาจใช้มาตรฐานของผู้บำเพ็ญพรตธรรมดามาวัดได้
เกี่ยวกับเรื่องนี้ นอกจากเจ้าล่าเยวี่ยแล้ว ก็มีเขานี่แหละที่เชื่อมั่นมากที่สุด
……
……
ในตอนที่กระบี่บินลงมายังทุ่งกว้าง ท้องฟ้าเป็นสีแดงฉาน แสงอาทิตย์ยามเย็นที่ดูเหมือนเลือดส่องไปบนที่ราบหิมะที่อยู่ทางเหนือ ทำให้ที่นั่นยิ่งดูลึกลับและอันตราย
ใช้เวลาสั้นๆ เพียงเท่านี้ก็สามารถเดินทางจากเมืองเจาเกอมาถึงที่นี่ได้ กู้ชิงตกตะลึงจนพูดไม่ออก
แล้วก็เป็นเพราะว่าเขาถูกลมอันรุนแรงพัดมาเป็นเวลาหนึ่งวัน ร่างกายได้แข็งทื่อไปหมดแล้ว ใบหน้ารู้สึกเจ็บปวด
เสื้อผ้าของจิ๋งจิ่วเองก็ถูกลมอันรุนแรงฉีกจนเป็นริ้วๆ กลายเป็นเศษผ้าโบกสะบัดไปมาอยู่ในสายลม ดูคล้ายขอทานที่งดงาม
ที่ราบหิมะที่อยู่ภายใต้แสงอาทิตย์ยามเย็นดูเงียบสงบ คำว่าลึกลับและอันตรายที่ว่าเป็นเพียงแค่สิ่งที่ผู้คนแต่ง