้ว”
ไป๋เจ่านึกว่าเขาจะกลับชิงซาน รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่เตือนเขาว่าอย่าลืมมางานเลี้ยงของเขาอวิ๋นเมิงในอีกไม่กี่ปีหลังจากนี้ ก่อนจะบอกลา
เวลาที่คนธรรมดาบอกลากันมักจะพูดว่าอย่าลืมงานเลี้ยงในอีกสองสามวันข้างหน้า
แต่การนัดหมายของผู้บำเพ็ญพรต มักจะนัดกันเป็นหลักหลายปี
ความแตกต่างกันของทั้งสอง บางครั้งมักจะทำให้คนรู้สึกปวดใจ
ไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดาหรือว่าผู้บำเพ็ญพรต ก็ล้วนแต่มีเหตุผลและเรื่องที่ทำให้พวกเขาปวดใจ
หลังไป๋เจ่าออกไปจากเรือนตระกูลจิ๋ง แมวขาวก็เดินย่องออกมาจากด้านหลังจิ๋งหลี กระดิ่งบนคอส่งเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง
จิ๋งหลีใบหน้าแดงก่ำ ใกล้จะร่ำไห้ออกมา กล่าวว่า “ท่าน…ท่านอาเล็ก ข้าไม่ได้ตั้งใจ”
จิ๋งจิ่วรู้ว่าเขาจะต้องถูกหลิวอาต้าบีบให้เข้ามาอย่างแน่นอน ดังนั้นย่อมไม่มีทางโทษเขา
ส่วนเหตุใดหลิวอาต้าต้องมาขัดจังหวะการสนทนาของเขากับไป๋เจ่า หากเป็นเมื่อก่อน จิ๋งจิ่วคงจะไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว
“ไม่เป็นไร ไปเล่นเถอะ”
จิ๋งจิ่วหิ้วแมวขาวขึ้นมาจากพื้น อุ้มเอาไว้ในอ้อมอก ก่อนจะหมุนตัวเดินไปทางห้องพัก
จิ๋งหลีมั่นใจแล้วว่ามีมีเป็นแมวของท่านอาจารย์เล็ก หาใช่ปีศาจไม่ จึงยิ้มขึ้นมาอย่างดีใจ ปรบมือวิ่งไปทางสวนด้านหลัง เสียงฟังดูสดใสเหมือนเสียงกระดิ่ง
……
……
ท้องฟ้ายามเย็นถอยจากไป ท้องฟ้ายามค่ำคืนเข้ามาแทนที่ ไฟในโถงด้านหน้าส่องสว่าง จิ๋งหลีและคนในครอบครัวกำลังกินข้าวพลา