ันที่จริงแล้วมักจะต้องมีคนหนึ่งที่เดินไปหาอีกฝ่ายก่อนเสมอ
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ข้าเองก็เพิ่งจะออกมาได้ไม่นาน”
ตามนิสัยของเขา เขาย่อมไม่มีทางเป็นฝ่ายพูดก่อนว่าในช่วงเวลาหลายปีมานี้เขาทำอะไรไปบ้าง
ไป๋เจ่ากล่าวถามว่า “หลายปีมานี้่ท่านไปอยู่ที่ไหนมา?”
“ข้าบำเพ็ญเพียรอยู่ในสถานที่ลับภายในวัง…”
จิ๋งจิ่วพูดคำตอบที่เตรียมเอาไว้ล่วงหน้าออกมา
ไป๋เจ่าเงียบไปครู่ กล่าวว่า “ตอนนี้กู้ชิงเป็นอาจารย์ขององค์ชายจิ่งเหยา ท่านเก็บตัวบำเพ็ญเพียรอยู่ในวังอย่างเงียบๆ มาสามปี ชิงซานคิดจะทำอะไรกันแน่?”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ข้าไม่ชอบจิ่งซิน เรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาไม่มีคุณสมบัติที่จะสืบทอดราชบัลลังก์”
ที่เขาไม่ชอบจิ่งซินนั้นมิได้เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้นในคุกสะกดมาร แล้วก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับที่จิ่งซินคิดอยากจะสังหารเจ้าล่าเยวี่ยเมื่อในอดีตด้วย เขาก็แค่รู้สึกไม่ชอบคนผู้นี้เท่านั้น
ภายหลังเมื่อรู้ว่ามารดาของจิ่งซินคือลูกศิษย์ของนักพรตไป๋ ความคิดของเขาก็ยิ่งแน่วแน่
ไป๋เจ่ากล่าวว่า “หรือชิงซานจะไม่สนใจจริงๆ ว่าในร่างกายของฮ่องเต้องค์ต่อไปจะมีเลือดของปีศาจจิ้งจอกไหลเวียนอยู่? ท่านอย่าลืมเสียล่ะ เมื่อถึงตอนนั้นพระสนมหูจะกลายเป็นพระพันปี”
“จิ่งซินไม่มีทางกลายเป็นฮ่องเต้ นี่คือเรื่องที่แน่นอน ดังนั้นจิ่งเหยาจึงกลายเป็นตัวเลือกเพียงหนึ่งเดียว”
น้ำเสียงของจิ๋งจิ่วเรียบเฉย แต่กลับมีความรู