นล้วนแต่มีหลักฐานยืนยันหนักแน่นว่าตนเองมิได้อยู่ในเหตุการณ์”
เหอกั๋วกงเอาหยกประดับชิ้นหนึ่งที่อยู่ในมือส่งให้สมณะตู้ไห่ ก่อนจะมองไปทางเยวี่ยเชียนเหมินพลางกล่าว “มิใช่ราชสำนักเป็นคนสืบ นี่เป็นผลการสืบของเจวี่ยนเหลียนเหริน”
เห็นได้ชัดเจน เขารู้ว่าสำนักจงโจวไม่มีทางเชื่อผลการสืบของราชสำนักและสำนักต่างๆ
การที่สามารถสืบหาตำแหน่งและความเคลื่อนไหวในช่วงเวลานั้นของยอดฝีมือจำนวนมากขนาดนี้ได้ในระยะเวลาเพียงสั้นๆ ทั่วทั้งแผ่นดินเฉาเทียนมีเพียงเจวี่ยนเหลียนเหรินเท่านั้นที่ทำได้
แต่เพื่อเรื่องนี้แล้ว เจวี่ยนเหลียนเหรินน่าจะจ่ายค่าตอบแทนไปไม่น้อยเช่นกัน
ในเมื่อคนที่หนีออกมาจากคุกสะกดมารผู้นั้นมิใช่ผู้อาวุโสของสำนักฝ่ายธรรมะ เช่นนั้นก็อาจจะเป็นผู้บำเพ็ญพรตไร้สำนักหรือไม่ก็ยอดฝีมือของพรรคมาร แล้วแบบนี้จะสืบอย่างไร?
สีหน้าของเยวี่ยเชียนเหมินดูแย่ แต่กลับไม่ได้พูดอะไรอีก
……
……
ตัวแทนสำนักต่างๆ ออกไปจากเมืองเจาเกอ วัดไท่ฉางกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง
ลู่กั๋วกงยกถ้วยชา มองดูน้ำชาสีอำพันที่อยู่ในถ้วย ครุ่นคิดอะไรบางอย่างเงียบๆ
เรื่องนี้ดำเนินไปได้ราบรื่นเป็นอย่างมาก
ราบรื่นจนกระทั่งเขายังรู้สึกแปลกใจ
สิ่งแรกที่ทำให้เขารู้สึกมีปัญหาก็คือสมณะตู้ไห่
ในการสืบสวนในตอนแรก สมณะสูงศักดิ์จากวัดกั่วเฉิงรูปนี้คล้ายตั้งใจ แล้วก็คล้ายมิได้ตั้งใจที่จะชี้นำไปสู่ด้านในของคุกสะกดมาร จนสุดท้ายทำให้สำนักจงโจวสืบจนเจอปัญหาข