เยวี่ยเขียนเหมินเป็นผู้อาวุโสขั้นสุญตาที่อยู่ในสิบอันดับแรกของสำนักจงโจว
ในที่นี้เขามีสภาวะสูงที่สุด ความอาวุโสเองก็สูงที่สุด มีเพียงสมณะตู้ไห่ที่พอจะเทียบเคียงเขาได้ ท่าทีขณะที่ถามย่อมต้องมีความน่าเกรงขามเป็นอย่างมาก
ลู่กั๋วกงสีหน้าไม่เปลี่ยน กล่าวว่า “ไม่ว่าผู้ใดก็ห้ามมิให้เข้าไปในคุกสะกดมาร ถึงแม้จะทำการไต่สวนก็ต้องให้หุ่นเชิดเป็นผู้พาออกมา”
ความจริงนักโทษที่ถูกจับไปขังไว้ในคุกสะกดมารได้ถูกกรมชิงเทียนและสำนักต่างๆ จัดการจนสิ้นสภาพไปตั้งแต่แรกแล้ว น้อยนักที่จะมีการสืบสวนเกิดขึ้น
เพียงแต่ผู้บำเพ็ญพรตพรรคมารบางคนมีสภาวะสูงส่งเกินไป ปีศาจบำเพ็ญพรตบางตนแข็งแกร่งเกินไป การจะฆ่าพวกเขาเหล่านั้นให้ตายค่อนข้างยากลำบาก จึงได้แต่ต้องจับพวกเขาไปขังไว้ในคุกสะกดมารรอคอยความตาย
เยวี่ยเชียนเหมินแค่นหัวเราะ กล่าวว่า “สถานการณ์ในวันนั้นเร่งด่วนขนาดนั้น หรือก็ยังไม่อาจยกเว้นได้?”
“กฎก็คือกฎ อย่าว่าแต่ท่านกับข้าเลย ต่อให้นักพรตถานมาเองก็ไม่อาจเข้าไปในคุกสะกดมารได้”
ลู่กั๋วกงกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ความจริงแล้วหากมิเป็นเพราะหลายปีมานี้ไม่มีใครเคยเข้าไปในคุกสะกดมาร คนบนโลกไหนเลยจะรู้ว่าชางหลงจะกินคนไปมากขนาดนี้?”
การถามกลับประโยคนี้ดูเหมือนปกติธรรมดา แต่ความจริงแล้วหาได้เป็นเช่นนั้นไม่
ทุกคนครุ่นคิดในใจ ไม่เสียทีที่ลู่กั๋วกงเป็นขุนนางคนสนิทอันดับหนึ่งของฮ่องเต้ กระทั่งกับสำนักจงโจวก็ยังมีท่าทีที่แข็ง