กร้าวเช่นนี้
เยวี่ยเชียนเหมินกล่าวตะคอกเสียงดัง “เทพมังกรเสียสละมากมายขนาดนี้เพื่อรักษาความสงบสุขบนแผ่นดิน กลืนกินพวกชั่วเหล่านั้นไปบ้างจะเป็นอะไรไป? ยิ่งไปกว่านั้นเดิมทีนี่ก็เป็นสิ่งที่อยู่ในข้อตกลงอยู่แล้ว”
“ในข้อตกลงตอนนั้นมิได้บอกว่าให้กินคนเป็นได้ มิเช่นนั้นราชสำนักและวัดกั่วเฉิง อีกทั้งสำนักชิงซานจะมีใครกล้าลงนาม?”
ลู่กั๋วกงมองเขาอย่างเงียบๆ พลางกล่าวว่า “ต่อให้เป็นสำนักจงโจวของท่าน….ก็คงจะไม่กล้าลงนามเช่นกันใช่ไหมล่ะ?”
เยวี่ยเชียนเหมินนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนกล่าวว่า “ขอกั๋วกงอย่าได้อ้อมค้อม อย่างไรเรื่องนี้ก็ต้องมีคำอธิบาย”
“เรื่องราวมันก็ชัดเจนอยู่แล้วมิใช่หรือ? ยังต้องมีคำอธิบายอะไรอีก?”
ลู่กั๋งกงกล่าว “ชางหลงทำผิดข้อตกลงที่ตกลงกันเอาไว้ คิดอยากจะกินจักรพรรดิแห่งหมิง ผลก็คือถูกจักรพรรดิแห่งหมิงควบคุมดวงจิต สุดท้ายทั้งสองฝ่ายก็ตายไปพร้อมกัน”
ทุกคนต่างรู้ว่านี่เป็นคำพูดที่จักรพรรดิแห่งหมิงว่าไว้ก่อนตาย แล้วก็เป็นความจริงเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถมองเห็นได้
เยวี่ยเชียนเหมินโกรธจนหัวเราะออกมา เขากล่าวว่า “ช่างน่าขันเสียจริง คำพูดของจักรพรรดิแห่งหมิงพวกท่านก็เชื่ออย่างนั้นหรือ? แล้วคนที่หนีออกมาคนนั้นล่ะจะว่าอย่างไร?”
สมณะตู้ไห่พลันกล่าวว่า “ความวุ่นวายในคุกสะกดมารจะต้องมีความเกี่ยวข้องกับคนที่หนีออกมาในตอนแรกสุดผู้นั้นอย่างแน่นอน ไม่ทราบว่าทางวัดไท่ฉางรู้เรื่องอะไรบ้าง?”
ลู่กั๋วกงร