้าย ในใจได้แต่หวังว่าศิษย์น้องจะสามารถหาวิธีรับมือได้
จางอี๋อ้ายก้มหน้าเล็กน้อย มองดูอิฐที่พึ่งปูใหม่ตรงใต้เท้าตนเอง ไม่รู้กำลังคิดอะไรอยู่
เหอกั๋วกงยิ้มทะเล้นขึ้นมา กล่าวว่า “นักโทษผู้นั้นชื่อซ่งซิ่น[1]…ช่างเป็นชื่อที่น่าสนใจจริงๆ หรือว่าจะมีคนส่งเขาเข้าไปในคุกสะกดมารเพื่อส่งจดหมายจริงๆ?”
ภายในที่ประชุม ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของวัดไท่ฉางหรือกรมชิงเทียน หรือตัวแทนจากสำนักต่างๆ ก็ล้วนแต่ดูตึงเครียด
เจ้ากรมชิงเทียนจางอี๋อ้ายเป็นขุนนางใหญ่ในราชสำนัก แต่ในเวลานี้กลับถูกถามจนพูดอะไรไม่ออก
จู่ๆ จางอี๋อ้ายพลันเงยหน้าขึ้นมา กล่าวว่า “นักโทษผู้นั้นพระอาจารย์เหลียงเป็นคนส่งเข้ามา เรื่องอื่นข้าไม่รู้”
เมื่อกล่าวจบประโยคนี้ ในดวงตาเขาเผยให้เห็นความรู้สึกโล่งใจ
เยวี่ยเชียนเหมินจ้องมองดูแผ่นหลังของจางอี๋อ้าย สายตาเย็นยะเยือกเล็กน้อย
……
……
วัดไท่ฉางเงียบสงัด ไม่มีเสียงใดๆ
ฝูงวิหคที่บินจากนอกเมืองเจาเกอกลับมายังสวนดอกเหมยใหม่กำลังบินผ่านไปในท้องฟ้า ส่งเสียงร้องเป็นระยะ
ความวุ่นวายในคุกสะกดมารเกี่ยวข้องกับตำหนักขององค์ชายจิ่งซินอย่างนั้นหรือ?
สมณะตู้ไห่เงียบไปครู่ ก่อนกล่าวว่า “ขอเชิญท่านจางอยู่ในวัดไท่ฉางก่อน”
จากนั้นเขามองไปทางลู่กั๋วกงแล้วกล่าวว่า “วันนี้สืบถึงตรงนี้ก่อน?”
ลู่กั๋วกงพยักหน้า ลุกขึ้นบอกลาทุกคนที่อยู่ในที่ประชุม จากนั้นเดินออกไปนอกวัดไท่ฉาง
ทุกคนต่างรู้ว่าลู่กั๋วกงรีบไปเข้าเฝ้าฝ่า