างเดินไปหากู้ชิง ก่อนกล่าวเสียงเบาๆ ว่า “อาจารย์กู้ ถ้ายังไง…วันนี้พักก่อนดีไหม?”
“บนหนทางแห่งการบำเพ็ญเพียร สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการรักษาใจแห่งเต๋า ต่อให้วังหลวงพังทลายลงตรงหน้า ก็ห้ามใบหน้าเปลี่ยนสี ใจห้ามหวั่นไหว”
น้ำเสียงของกู้ชิงราบเรียบ คล้ายน้ำพุในยอดเขาเสินม่อ
พระสนมหูรู้สึกนับถือเป็นอย่างมาก ในใจครุ่นคิดว่าสมแล้วที่เป็นอาจารย์เซียนของสำนักชิงซาน แม้จะรู้ว่าในเมืองเจาเกอมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น แต่กลับยังเยือกเย็นได้ถึงเพียงนี้
นางไหนเลยจะรู้ว่ากู้ชิงที่สีหน้าเรียบเฉยอยู่เช่นนี้ ความจริงแล้วกลับกำลังวิตกกังวลอย่างมาก หากไม่เป็นเพราะสองมือที่ไพล่อยู่ด้านหลังออกแรงกำไว้แน่น เกรงว่ามันคงจะสั่นขึ้นมาแล้ว
จู่ๆ เมืองเจาเกอพลันมีแผ่นดินไหว วังหลวงเปิดใช้งานข่ายพลัง อากาศบนท้องฟ้าแปรปรวน…เขาคล้ายคาดเดาได้ว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับอาจารย์ที่ไม่ได้เจอมาเป็นเวลานาน แล้วจะไม่ให้เขาเป็นห่วงได้อย่างไร?
เพื่อจะปกปิดความรู้สึก กู้ชิงจึงยิ่งตั้งใจชี้แนะองค์ชายจิ่งเหยาในการฝึกฝน
พระสนมหูยืนดูอยู่ข้างๆ แต่ความรู้สึกไม่สบายใจภายในใจกลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ขันทีกล่าวรายงานเสียงเบาๆ นางรู้สึกด้านนอกวังหลวงกำลังทำการอพยพประชาชน นางจึงมิอาจทนต่อไปได้อีก รีบเดินออกมาจากตำหนัก
ขันทีและนางกำนัลทุกคนล้วนแต่ถูกสั่งให้อยู่ในตำหนักของตัวเอง ห้ามเดินออกมาโดยพลการ ภายในวังดูเงียบเชียบวังเวงเป็นอย่างมาก
ผ่า