นไปไม่นานนางก็มาถึงตำหนักใหญ่ในวังหลวง ก่อนจะก้มกราบคารวะร่างสีเหลืองอร่ามร่างนั้น พลางกล่าวว่า “ฝ่าบาท…”
“ข้าพเจ้ารู้ว่าเจ้าอยากจะพูดอะไร ไม่ต้องกังวล ไม่มีเรื่องอะไร หากมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นจริงๆ ข้าพเจ้ายิ่งไม่สามารถจากไปได้”
ฮ่องเต้เดินผ่านตัวนาง มายังด้านหน้าตำหนัก สายตาทอดมองไปยังดวงอาทิตย์ยามเช้าที่เพิ่งจะลอยขึ้นมา
แสงอาทิตย์ยามเช้าตกกระทบลงบนใบหน้าอันงดงามของเขา ดวงตาทั้งสองข้างเปล่งประกาย ราศีจักรพรรดิดูยิ่งใหญ่ คล้ายดวงอาทิตย์ยามเช้าที่ลอยขึ้นมา
พระสนมหูมองดูแผ่นหลังของฮ่องเต้ ความรู้สึกชื่นชมเลื่อมใสภายในดวงตาของนางคล้ายจะเอ่อล้นออกมา
นางมิได้กล่าวกระไรอีก หากแต่เดินมายืนนิ่งๆ อยู่ข้างกายฮ่องเต้ ท่าทางดูน่ารัก
ฮ่องเต้ยืนมือไปลูบศีรษะของนาง
พระสนมหูหัวเราะคิกๆ ออกมา ใช้ศีรษะถูกับฝ่ามือของฮ่องเต้ ดูน่ารักยิ่งนัก
ทันใดนั้นพื้นดินพลันสั่นไหวขึ้นมาอีกครั้ง ในส่วนลึกของตำหนักมีเสียงเอี๊ยดอ๊าดดังขึ้นมา
ขนาดมีข่ายพลังปกป้องยังน่าหวาดกลัวเช่นนี้ นางพอจะนึกออกเลยว่าการสั่นสะเทือนด้านนอกวังหลวงมันจะน่าหวาดกลัวแค่ไหน
พระสนมหูใบหน้าขาวซีดเล็กน้อย จากนั้นพลันยื่นมือไปจับแขนเสื้อของฮ่องเต้เอาไว้
ฮ่องเต้มองดูนางอย่างรักใคร่เอ็นดู ความคิดขยับเล็กน้อย ของสิ่งหนึ่งกลิ้งออกมาจากในแขนเสื้อ ตกลงไปในมือของพระสนมหู
ของสิ่งนั้นมีลักษณะกลม ดูแล้วคล้ายไข่ แต่เปลือกนอกกลับเปล่งแสงราวกับหยกออกมา ดูงด