ือนอย่างรุนแรงจนพวกเขาเกือบจะล้มลงไปกับพื้น
เยวี่ยเชียนเหมินสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย เขากำลังจะพุ่งตัวเข้าไปในส่วนลึกของวัดไท่ฉาง
คุกสะกดมารไม่เคยเกิดเรื่องแบบนี้มาก่อน
ชางหลงจะต้องเกิดเรื่องแน่นอน!
ลู่กั๋วกงกำหยาดพิรุณเอาไว้แน่น เตรียมจะลงมือขัดขวาง
เยวี่ยเชียนเหมินเป็นผู้อาวุโสขั้นสูญตา สภาวะล้ำลึกจนมิอาจคะเนได้ ก็เหมือนกับผู้อาวุโสขั้นแหวกทะเลระดับสูงสุดที่มีจำนวนน้อยนิดของสำนักชิงซาน ยากที่อาวุธวิเศษชิ้นหนึ่งจะมาขัดขวางเขาได้ แต่ลู่กั๋วกงจำเป็นต้องทำเช่นนี้ เพราะจิ๋งจิ่วยังอยู่ในคุกสะกดมาร ไม่แน่แผ่นดินไหวสองครั้งนี้อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเขา หากปล่อยให้เยวี่ยเชียนเหมินเข้าไปในคุกสะกดมารและพบเขาเข้า เช่นนั้นจะต้องเป็นปัญหาใหญ่แน่
ในที่สุดแสงอาทิตย์ยามเช้าที่อยู่ไกลออกไปก็ปรากฏกายขึ้นมา แสงสว่างส่องกำแพงวัดไท่ฉาง เปล่งประกายระยิบระยับ
พลังที่แข็งแกร่งสายหนึ่งปรากฏขึ้น ขวางทางเยวี่ยเชียนเหมินเอาไว้
ประตูหน้าต่างทั้งหมดภายในวัดไท่ฉางพลันพังถล่มลงมา แต่ฝุ่นควันจากในรอยแตกของอิฐกลับถูกสะกดเอาไว้จนไม่กล้าออกมา
แสงสว่างหดหาย เผยให้เห็นร่างคนอ้วนเตี้ยผู้หนึ่ง เขาคือราชองรักษ์ของวังหลวงจินหมิงเฉิง
จินหมิงเฉิงนิ่งเงียบไม่กล่าวกระไร จากนั้นถอยหลังสามก้าวพร้อมกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ฝ่าบาททรงมีพระบัญชา หากไม่มีพระราชโองการและการเห็นด้วยจากลู่กั๋วกง ไม่ว่าผู้ใดก็ห้ามเข้าไปในคุกสะกดมาร”
เย