นับแต่นี้ก้าวไปข้างหน้าโดยไม่ต้องกังวลอันใดอีก”
จิ๋งจิ่วกล่าว “แต่เจ้าจะถูกคนของเจ้าลืมเลือน กลายเป็นผีเร่ร่อนอยู่บนโลก แล้วก็ตายลงที่นี่”
จักรพรรดิแห่งหมิงกล่าวว่า “นี่คือสิ่งที่ข้าพเจ้าซึ่งเป็นจักรพรรดิแห่งหมิงควรจะทำเพื่อประชาชนของข้า หรือพูดอีกอย่างก็คือการชดเชย”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ยังคงเป็นคำพูดประโยคนั้น คนที่ข้านับถือนั้นมีไม่มาก ท่านถือเป็นหนึ่งในนั้น”
จักรพรรดิแห่งหมิงยิ้มขึ้นมา จ้องมองดวงตาเขาพลางกล่าว “เจ้ารู้ดีว่าพวกข้าสู้พวกเจ้าไม่ได้ ดังนั้นเลยไม่สนใจที่จะทำให้ข้าสมความปรารถนา”
คำพูดนี้มีความหมายลึกซึ้ง
จิ๋งจิ่วพลันกล่าวขึ้นมาว่า “ข้าเคยเห็นกระบี่นับหมื่นลุกไหม้ขึ้นท่ามกลางหมู่ดวงดาว แล้วทุกอย่างก็จะสลายหายไปในสายธารแห่งกาลเวลา”
คำพูดนี้ไม่มีหัวไม่มีท้าย ไม่รู้ว่ามาจากไหน
จักรพรรดิแห่งหมิงนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนกล่าวว่า “ภาพที่ว่านั้นจะต้องงดงามอย่างมากแน่ๆ”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ข้าจะดูมันแทนท่าน”
จักรพรรดิแห่งหมิงมองดวงตาเขาพลางกล่าว “เมื่อก่อนเคยเห็นที่ไหน?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “อาจจะในความฝัน”
ครั้นกล่าวจบ เขาก็เก็บเก้าอี้ไม้ไผ่
จักรพรรดิแห่งหมิงรู้ว่าเขาจะไปแล้ว จึงกล่าวว่า “อย่าลืมเรื่องที่รับปากข้าไว้”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ในเมื่อเผ่าหมิงจะตั้งจักรพรรดิองค์ใหม่ เช่นนั้นข้ายังจะไปทำอะไร?”
จักรพรรดิแห่งหมิงกล่าว “ไม่มีลัญจกรและบัญชาเพลิงวิญญาณจะถือเป็นจักรพรรดิองค์ใหม่ได้อย่างไร