สวมเสื้อผ้าธรรมดาๆ บนรองเท้านอกจากมีเศษหิมะติดอยู่แล้ว ยังมีคราบน้ำมันค้างปีติดอยู่
การที่สามารถมายืนยิ้มหรี่ตาอยู่ตรงหน้าพระอาจารย์เหลียง ว่างท่าทีเหมือนไม่หวาดกลัวใดๆ แสดงให้เห็นว่าชายอ้วนผู้นี้จะต้องไม่ธรรมดาเหมือนอย่างที่พระอาจารย์เหลียงคิดเอาไว้อย่างแน่นอน
แม้นชายอ้วนจะมิใช่ผู้บำเพ็ญพรต แต่ในตำหนักองค์ชายก็มิได้ลดความระมัดระวังลง ภายในห้องหนังสือเห็นได้ชัดว่ามียอดฝีมือซ่อนตัวอยู่ ด้านหลังฉากกั้นก็มีเงาคนอยู่
การจัดวางกำลังคนเหล่านี้มิได้มีการจงใจปิดบังใดๆ ชายอ้วนยังคงยิ้มเล็กน้อยมิกล่าวกระไร แสร้งทำเหมือนว่าไม่รู้เรื่อง เขาเพียงแต่กล่าวเตือนขึ้นมาประโยคหนึ่ง “ถ้าท่านคิดว่าให้คนอื่นรู้เรื่องนี้ได้ ข้าก็ไม่ว่ากระไร”
พระอาจารย์เหลียงกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “เจ้าเป็นใคร มีเรื่องอะไร?”
ชายอ้วนผู้นั้นกล่าวว่า “ข้าเป็นเจ้าของและเป็นพ่อครัวของเหลาสุราแห่งหนึ่งในเมืองเจอเกอ เมื่อเก้าปีก่อนท่านซือเฟิงเฉินแห่งกรมชิงเทียนไปหาข้า เพื่อให้ข้าจัดการเรื่องหนึ่งให้”
พระอาจารย์เหลียงเลิกคิ้วเล็กน้อย กล่าวว่า “แล้ว?”
สำหรับเขาแล้ว เวลาที่ว่านี้มันนึกออกได้ง่ายมาก
ในหุบเขาหมิงชุ่ยนอกเมืองเจาเกอเมื่อเก้าปีก่อน เจ้าล่าเยวี่ยผู้เป็นเจ้าแห่งยอดเขาเสินม่อของชิงซานถูกนักฆ่าของปู้เหล่าหลินลอบสังหารจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด
ชายอ้วนกล่าว “นายท่านของข้ากังวลว่าองค์ชายจะทรงลืมเรื่องนี้ ก็เลยให้ข้ามาย้ำเตือนเล็ก