้อย่างชัดเจนว่ามารดาไม่ค่อยชอบคนผู้นี้เท่าไร ท่าทีที่เขาแสดงออกมาจึงไม่เหมือนกัน
จิ่งเหยายืนอยู่ที่เดิม เบิ่งตาโตมองกู้ชิง ดูค่อนข้างอยากรู้อยากเห็น แต่กลับไม่มีทีท่าว่าจะทำการคารวะ
กู้ชิงมองเขาอย่างเงียบๆ ไม่มีทีท่าว่าจะคารวะเช่นกัน
นางกำนัลอาวุโสผู้นั้นมองดูภาพเหตุการณ์นี้ รู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์ ในใจครุ่นคิดว่าต่อให้เจ้าเป็นอาจารย์เซียนของชิงซาน และกำลังจะกลายเป็นอาจารย์ขององค์ชาย แต่เจ้าก็ต้องทำความเคารพองค์ชายก่อน
หรือแค่หลักการเทียนตี้จวินชินซือ[1]เจ้าก็ยังไม่เข้าใจ?
พระสนมหูงุนงงอยู่ครู่ก่อนจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ในขณะที่เตรียมจะพูดอะไร ลู่กั๋วกงกลับใช้สายตาห้ามนางเอาไว้
เวลาเดินไปอย่างช้าๆ
พระอาทิตย์เคลื่อนตัวจากทางตะวันออกไปอยู่กึ่งกลางท้องฟ้า ดอกไม้ภายนอกตำหนักค่อยๆ ถูกแสงอาทิตย์แผดเผาจนดูไม่มีชีวิตชีวา
กู้ชิงยังคงยืนอยู่อย่างเงียบๆ เหมือนสายลมในฤดูใบไม้ผลิที่ไม่เร่งร้อน แล้วก็ไม่รู้สึกโกรธ
องค์ชายจิ่งเหยายังเป็นเพียงเด็กน้อยคนหนึ่ง เขายืนอยู่ได้ไม่นานก็รู้สึกใกล้จะยืนไม่ไหวแล้ว มิอาจรักษาสีหน้าที่ดูน่ารักเอาไว้ได้อีก
ใบหน้าเล็กๆ ของเขาแดงเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย ร่างกายส่ายโงนเงนนิดหน่อย แต่กลับยังคงดื้อดึงไม่ยอมเอ่ยปากออกมา
นางกำนัลอาวุโสมองดูภาพเหตุการณ์ตรงหน้า ในใจรู้สึกเจ็บปวด ครุ่นคิดว่าเจ้าเป็นผู้ใหญ่ อีกทั้งยังเป็นถึงอาจารย์เซียน แต่กลับมารังแกเด็กเล็กๆ คนหนึ่ง
สายลมลอย