เข้ามาทางหน้าต่าง ตกกระทบลงบนร่างกายขององค์ชายน้อย ขาทั้งสองข้างขององค์ชายน้อยอ่อนเปลี้ย เกือบจะทรุดลงไปนั่งกับพื้น
นางกำนัลอาวุโสผู้นั้นรีบเข้ามาพยุงเอาไว้ สีหน้าตกใจ ก่อนจะเหลียวหน้ากลับไปต่อว่ากู้ชิงอย่างโมโห “อาจารย์เซียนท่านนี้พอได้แล้วหรือเปล่า! รังแกเด็กเช่นนี้มีประโยชน์อะไร!”
เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์นี้และได้ยินคำพูดนี้ พระสนมหูกลับรู้สึกโล่งใจขึ้นมา นางกล่าวตะคอกว่า “นังไพร่ปากมาก กล้าดีอย่างไรถึงเสียมารยาทต่อท่านอาจารย์เซียน ลากมันไปตบปาก!”
นางกำนัลเข้ามาหามนางกำนัลอาวุโสผู้นั้นออกไป ส่วนองค์ชายจิ่งเหยาก็ถูกพระสนมหูดึงไปกอดเอาไว้ในอ้อมอก
ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว กู้ชิงไม่ทันได้แสดงท่าทีใดๆ
ต้องยอมรับเลยว่าการตอบสนองของพระสนมหูนั้นรวดเร็วยิ่งนัก ฉวยโอกาสใช้ความผิดของนางกำนัลอาวุโสเป็นบันไดให้ตัวเองกระโดดขึ้นไป ทั้งอ่อนช้อยและงดงาม
ลู่กั๋วกงมองนางด้วยสายตาชื่นชม ครุ่นคิดในใจว่าเด็กสาวที่ในอดีตไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยคนนั้น ในที่สุดก็เติบโตขึ้นแล้ว
จิ่งเหยาซบอยู่ในอ้อมอกมารดา รู้สึกคับข้องใจเป็นยิ่งนัก ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมา
พระสนมหูเชยคางเขาขึ้นมา จ้องมองดวงตาเขาพลางกล่าวว่า “รู้ว่าตัวเองผิดหรือยัง?”
จิ่งเหยาไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดตรงไหน แต่เมื่อดูจากสีหน้าของมารดาก็รู้ว่าตัวเองผิดไปแล้ว
เขายืนขึ้นมาอย่างลังเล หมุนตัวไปทางกู้ชิง ก่อนจะกล่าวคารวะด้วยน้ำเสียงเหมือนจะร่ำไห้ “คารวะ…ท่า