นี่ อย่างเช่นฆ่าเจ้า พวกเขาก็ไม่มีทางปล่อยให้ข้าตาย”
จักรพรรดิแห่งหมิงกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ หากมีหวังที่จะได้หนีรอดออกไปจากที่นี่ ทำไมข้าต้องกลัวที่จะเสี่ยงด้วย?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “สำหรับผู้ที่อยู่ในความสิ้นหวังแล้ว ความหวังมักจะเป็นยาพิษ หาใช่ยาถอนพิษไม่”
จักรพรรดิแห่งหมิงกล่าว “ขอเพียงเอาลัญจกรแห่งจักรพรรดิหมิงกลับมาได้ เจ้าคิดว่าฟ้าดินปลอมๆ แห่งนี้จะขังข้าพเจ้าเอาไว้ได้อย่างนั้นหรือ?”
นอกจากการสนทนาสามสี่ประโยคที่พูดกับจิ๋งจิ่วในตอนแรกแล้ว เขาก็มิได้ใช้คำว่าข้าพเจ้าแทนตัวเองเลย จนกระทั่งในเวลานี้
ในตัวเขาในตอนนี้คือจักรพรรดิแห่งหมิงอย่างแท้จริง
เพลิงวิญญาณจำนวนมหาศาลถาโถมเข้ามา ไม่เหมือนพายุฝน หากแต่คล้ายพายุหิมะ ภายในนั้นคล้ายมีรอยแตกเล็กๆ บางอย่างแอบซ่อนอยู่ แต่กลับไม่สามารถลอดผ่านออกมาได้
จิ๋งจิ่วไม่มีความคิดที่จะหนีออกมา
เมื่อผู้บำเพ็ญพรตของมนุษย์เจอกับเพลิงวิญญาณ ถ้าไม่สังหารเจ้าของเพลิงวิญญาณ ก็ต้องหนีออกมาจากตาข่ายเพลิงวิญญาณนั้น มิเช่นนั้นก็มีแต่ต้องใช้อาวุธวิเศษหรือพายุกระบี่ต้านทานมันเอาไว้
วิธีที่เขาเลือกใช้ก็คือวิธีสุดท้าย แล้วก็เป็นวิธีที่โง่เขลาที่สุด
เจตจำนงเคลื่อนตามจิตใจ
เจตน์กระบี่หมุนวน
สายลมที่พัดผ่านหุบเขาตัดขาดดอกไม้จำนวนนับไม่ถ้วน
เสียงตู้มดังสนั่น หุบเขาทั้งหุบเขาคล้ายพังถล่มลงมา
นี่เป็นเพียงภาพลวงตา
หุบเขาสีเขียวยังคงอยู่ในสภาพเหมือ