องเผ่าหมิง?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “เผ่าหมิงไม่มีจักรพรรดิองค์ใหม่ปรากฏขึ้นมา เป็นเพราะท่านไม่สามารถกำหนดตัวผู้สืบทอดได้ แต่เหตุผลที่สำคัญกว่านั้นก็คือหมิงซือได้อ้างนามของท่านในการปฏิเสธที่จะแต่งตั้งจักรพรรดิองค์ใหม่ขึ้นมา แต่เมื่อเป็นแบบนี้แล้ว เขาก็จะไม่สามารถเปิดศึกกับมนุษย์ได้เช่นกัน ทำได้แค่เพียงรักษาสถานการณ์ในตอนนี้เอาไว้ หากคนผู้นั้นเข้าไปในหมิงอีกครั้งหนึ่ง ท่านคิดว่ามันจะเป็นอย่างไร?”
คนผู้นั้นอาจจะยั่วยุให้เกิดสงครามระหว่างเผ่าหมิงกับเผ่าพันธุ์มนุษย์ เหมือนกับที่เขายั่วยุให้เกิดศึกระหว่างปู้เหล่าหลินกับสำนักฝ่ายธรรมะ
จนถึงตอนนี้จิ๋งจิ่วยังไม่สามารถมั่นใจได้ว่าคนผู้นั้นอยากจะได้อะไรจากการทำลายปู้เหล่าหลิน แต่เขามั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าคนผู้นั้นจะได้อะไรจากสงครามระหว่างมนุษย์กับเผ่าหมิง
“ขอเพียงข้ายังมีชีวิตอยู่ การสืบทอดของเผ่าหมิงก็จะไม่มีทางสิ้นสุด ส่วนสงครามที่อาจจะเกิดขึ้น….มันเกี่ยวอะไรกับนักโทษอย่างข้าด้วย?”
จักรพรรดิแห่งหมิงกล่าวว่า “เจ้าเอาเรื่องของโลกมนุษย์มาข่มขู่ข้า ช่างน่าขันยิ่งนัก ไท่ผิงหนีไป คนที่ควรจะกังวลใจมากที่สุดก็คือพวกเจ้ามิใช่หรือ?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “แต่สุดท้ายท่านก็ต้องตาย”
ภายในหุบเขาอันเขียวขจีแปรเปลี่ยนเป็นเงียบเชียบวังเวง
จิ๋งจิ่วกล่าวต่อว่า “เมื่อไรที่สภาวะของข้าแข็งแกร่งมากพอ ข้าจะเข้าไปในดินแดนหมิง แล้วเอาวิชาของจักรพรรดิแห่งหมิงไปถ่ายทอดให้แก่ผู้สืบทอดท