ี่ท่านเลือก หรืออาจจะช่วยเขาให้ขึ้นครองบัลลังก์”
ดวงตาจักรพรรดิแห่งหมิงขยับเล็กน้อย ก่อนกล่าวว่า “ลัญจกรแห่งจักรพรรดิหมิงอยู่ในมือเจ้า?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ใช่”
จักรพรรดิแห่งหมิงเงียบไปอีกครั้ง
ในตอนที่ทำการเจรจาในตอนแรก จู่ๆ เผ่าพันธุ์มนุษย์พลันหักหลัง ทำการล้อมโจมตีเขา
ตอนแรกเขาสะกดอารมณ์เอาไว้ หลบการโจมตีระลอกแรก เตรียมใช้ลัญจกรแห่งจักรพรรดิหมิงโจมตีใส่นักพรตหญิงแซ่ไป๋ผู้นั้น จากนั้นอาศัยจังหวะชุลมุนหนีไป
แต่จู่ๆ พลันมีพลังอันทรงอานุภาพผ่าลงมาจากด้านนอกดินแดนอัศนีจนเพลิงวิญญาณของเขาแทบแตกสลาย เกือบจะต้องตายลงตรงนั้น
ความน่ากลัวของพลังอันทรงอานุภาพสายนั้นยากจะจินตนาการได้ กระทั่งภัยธรรมชาติที่เผ่าพันธุ์มนุษย์ต้องเผชิญในตอนที่บรรลุกลายเป็นเซียนก็ยังมิอาจเทียบได้
เขาพอจะเดาได้ว่าพลังอันทรงอานุภาพนี้มาจากไหน ขณะที่กำลังสิ้นหวัง กงจักรแห่งหมิงก็ปั่นป่วนขึ้นมาเล็กน้อย จากนั้นเขาถูกพู่กันของเรือนอี้เหมาแท่งนั้นพันธนาการเอาไว้ ก่อนจะถูกเขาข้างหนึ่งที่พุ่งทะลุลงมาจากก้อนเมฆโจมตีจนสลบไป
ในตอนที่ตื่นขึ้นมา เขาก็ถูกขังเอาไว้ในคุกสะกดมารแล้ว ส่วนลัญจกรแห่งจักรพรรดิหมิงก็หายไป
หลายปีมานี้เขามักจะนั่งคิดอยู่บ่อยครั้งว่าลัญจกรแห่งจักรพรรดิหมิงไปอยู่ที่ใด เขาคิดว่ามีโอกาสที่จะเป็นเขาอวิ๋นเมิ่งมากที่สุด ใครจะไปคิดบ้างว่ามันจะมาอยู่ในมือศิษย์ชิงซานผู้หนึ่ง
ทันใดนั้นเขาพลันคิดถึงความเป็นไปได้หนึ่งขึ้นม