๋วกงล้มเลิกความคิดที่จะพูดโน้มน้าวจิ๋งจิ่ว เขาใช้แขนเสื้อเช็ดเหงื่อที่ไหลออกมาจากหน้าผาก พลางกล่าวเสียงเบาๆ ว่า “ท่านน่าจะทราบดีว่าวัดไท่ฉางมันคือสถานที่อะไร หากเกิดทำให้ผู้นั้นรู้ตัวเข้า อย่าว่าแต่ข้าเลย ต่อให้เป็นฝ่าบาทก็คงจะช่วยท่านออกมาไม่ทัน”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ข้าไม่เคยไปที่นั่น แต่ว่าเตรียมตัวมาแล้ว เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง”
นอกจากแคว้นเสวี่ยและบ่อผ่านฟ้า วัดไท่ฉางก็ถือได้ว่าเป็นสถานที่ที่อันตรายที่สุดบนแผ่นดินเฉาเทียน ตอนนี้สภาวะของท่านต่ำต้อยเช่นนี้ ต่อให้เตรียมตัวมามากแค่ไหนมันก็ไม่มีประโยชน์
ลู่กั๋วกงครุ่นคิดเรื่องเหล่านี้ จึงอดถอนใจออกมาไม่ได้ ก่อนกล่าวถามว่า “ท่านบอกให้แน่ชัดหน่อยได้หรือไม่ว่าจะไปที่ชั้นไหนกันแน่ขอรับ?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ข้าไม่แน่ใจ”
ครั้นได้ยินคำพูดประโยคนี้ ลู่กั๋วกงก็รู้แล้วว่าจบสิ้นกันแล้ว แล้วก็ไม่กล้าถามจิ๋งจิ่วว่าจะเข้าไปวัดไท่ฉางทำอะไร เขากล่าวถามเสียงสั่นว่า “อย่างนั้นท่านเตรียมจะอยู่ที่นั่นนานเท่าไรขอรับ?”
จิ๋งจิ่วครุ่นคิด ก่อนกล่าวว่า “อย่างเร็วก็สามปี ถ้าช้ากว่านั้นล่ะก็ ข้าเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน”
อย่างเร็วก็ยังสามปีอย่างนั้นหรือ?
เป็นคำตอบที่ไม่แน่ชัดอีกแล้ว?
ในหัวลู่กั๋วกงมีเสียงวิ้งดังขึ้นมา ในใจครุ่นคิดว่าครั้งนี้จบสิ้นจริงๆ แล้ว
……
……
ลู่กั๋วกงเดินออกไปจากเรือนตระกูลจิ๋งผ่านทางอุโมงค์ใต้ดิน แผ่นหลังดูเหม่อลอยคล้ายวิญญาณหลุดออกจากร่าง
จิ๋งจิ่วนอ