าเพียงแค่ฤดูหนาวเดียวก็สามารถแก้ไขปัญหาในการบำเพ็ญพรตอันยุ่งยากเช่นนี้ได้แล้ว
จิ๋งจิ่วกล่าว “เปล่า”
เจ้าล่าเยวี่ยงุนงง กล่าวถามว่า “เช่นนี้เจ้าออกมาทำไม?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ถึงเวลาแล้ว”
การบำเพ็ญเพียรมิใช่การเรียน แล้วก็มิใช่การมีความรัก ไม่มีคำว่าพยายามแล้วจะประสบความสำเร็จ
ผู้บำเพ็ญพรตจำนวนมากมิเข้าใจในหลักเหตุผลนี้ หรือพูดอีกอย่างก็คือจนปัญญา จึงได้แต่ต้องใช้ข้ออ้างเหล่านี้มาปลอบใจตนเอง
—- การยอมรับว่าพรสวรรค์ตนเองมีจำกัดและได้เดินมาสุดทางแล้วมักจะเป็นเรื่องที่ยากลำบาก
ผู้บำเพ็ญพรตเช่นนี้มักจะกลายเป็นโครงกระดูกอยู่ในถ้ำ อย่างเช่นผู้บำเพ็ญพรตที่อยู่ในถ้ำซ่อนเร้นของชิงซานเหล่านั้น อย่างเช่นผู้บำเพ็ญพรตที่อยู่ในเขาด้านหลังเขาอวิ๋นเมิ่งเหล่านั้น
สำหรับจิ๋งจิ่วแล้ว เวลาร้อยวันคือขีดจำกัดในการใช้สำหรับครุ่นคิดเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
หากใช้เวลาร้อยวันแล้วยังไม่เข้าใจ เช่นนั้นต่อให้ใช้เวลาคิดมากขึ้นมันก็ไม่มีประโยชน์ แบบนั้นเป็นแค่การคิดซ้ำไปซ้ำมาอย่างโง่เขลาเท่านั้น
ในเวลาแบบนี้ต้องหาหนทางอื่น
เจ้าล่าเยวี่ยเข้าใจ จึงกล่าวถามว่า “ยอดเขาซื่อเยวี่ยหรือว่าสำนักอู๋เอินเหมิน?”
บนยอดเขาซื่อเยวี่ยมียาวิเศษ แล้วยังมีตำราบำเพ็ญเพียรที่สำนักชิงซานเก็บรวบรวมเอาไว้จำนวนมากด้วย
ส่วนสำนักอู๋เอินเหมือนก็เป็นสำนักใหญ่ทางวิถีกระบี่ อาจจะมีอะไรที่พอช่วยได้บ้าง
นี่ก็คือการใช้ปัจจัยจากภายนอกมาช่วยเหลือ
จิ๋งจิ่วส่