เขาก็ทำการตัดสินใจออกมา
ครั้งนี้เขาไม่พยายามเรียกกระบี่เหล็กกลับเข้าไปในร่างกายเพื่อใช้ดวงจิตหล่อเลี้ยงมันอีกแล้ว หากแต่ใช้วิชาลับถอดดวงจิตของนิกายเสวี่ยหมัวถอดเอาดวงจิตออกมาจากร่างกาย
เมื่ออยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ ถึงแม้จะเป็นวิชาของพรรคมารเขาก็ต้องลองดู
เขายังไม่บรรลุถึงขั้นคเนจร ตามหลักแล้วดวงจิตน่าจะอ่อนแอเป็นอย่างมาก ไม่มีทางที่จะออกมาจากร่างกายได้ แต่เป็นเพราะพลังจิตและจิตจำแนกที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ดวงจิตของเขาจึงลอยออกมาได้ ดูไปแล้วเหมือนกับเปลวไฟที่ลุกไหม้โดยไม่มีกระดาษเป็นเชื้อเพลิง ลอยขึ้นลงอยู่ในอากาศ
จิ๋งจิ่วมองดูเปลวไฟนั้น นิ่งเงียบไม่กล่าวกระไร
ดวงจิตที่เป็นเหมือนเปลวไฟค่อยๆ ลอยลงไปบนกระบี่เหล็ก ส่งเสียงดังซู่ๆ ออกมา คล้ายกับหยดน้ำที่หยดลงไปในเตาถ่าน
จิ๋งจิ่วขยับความคิดอย่างไม่ลังเล
ดวงจิตลอยกลับเข้ามาในร่างกายเขาด้วยความเร็วที่เร็วที่สุด
แต่มันก็สายไปเสียแล้ว
เลือดสดๆ คำหนึ่งทะลักออกมาจากในปากเขา กระเซ็นไปบนกำแพงหิน
ความเจ็บปวดทั้งหมดที่ดวงจิตพบเจอได้แสดงผลอยู่ในจิตสำนึกของเขาแทบจะในทันที โดยที่ความรุนแรงมิได้ลดน้อยลงเลย เผลอๆ อาจจะรุนแรงมากกว่าเดิมหลายเท่าเสียด้วยซ้ำ
เพียงแต่พริบตา เขาก็รับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดที่น่ากลัวเสียยิ่งกว่าการแล่เนื้อเถือหนัง สีหน้าขาวซีด
แต่ถึงแม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายถึงขีดสุดและเจ็บปวดถึงขีดสุดเช่นนี้ เขาก็ยังไม่ส่งเสียงร้องออกมาแม