้แต่นิดเดียว สายตายังคงสงบนิ่ง
เขาหลับตาแล้วเริ่มปรับลมปราณ ก่อนจะตรวจสอบจนมั่นใจแล้วว่าดวงจิตเพียงแค่อ่อนแรงลงไปเล็กน้อย มิได้เป็นอะไรมาก
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เขาลืมตาขึ้น มองไปยังรอยเลือดที่กระจัดกระจายบนผนังหิน รู้สึกกังวลใจเล็กน้อย
นี่มิใช่ครั้งแรกที่เขาหลั่งเลือด ในงานชุมนุมทดสอบกระบี่ของชิงซานครั้งนั้น ตอนที่เขาหักกระบี่ทะเลครามของกั้วหนานซานก็เคยหลั่งเลือด
เขามิได้กำลังกังวลถึงฟางจิ่งเทียน
ในตอนนั้นที่เขาเลือกกลับมาบำเพ็ญเพียรที่ชิงซานใหม่อีกครั้ง นอกจากเพราะความสะดวกสบายแล้ว ยังเป็นเพราะความปลอดภัยด้วย
หลิ่วฉือและหยวนฉีจิงล้วนแต่อยู่ที่นี่ ไม่มีทางที่จะมองดูเขาเกิดเรื่องโดยไม่ทำอะไรแน่นอน
ปัญหาอยู่ที่ว่า ตอนนี้ดูแล้วต่อให้เป็นหลิ่วฉือและหยวนฉีจิงก็แก้ไขปัญหาที่เขาเจอในการบำเพ็ญเพียรไม่ได้ แล้วอย่างนี้จะทำอย่างไร?
……
……
ในวัดกั่วเฉิงที่อยู่ไกลออกไป หลิ่วสือซุ่ยเองก็เจอปัญหาคล้ายกับจิ๋งจิ่ว
เขาไม่มีประสบการณ์ในการฝึกธรรมะ กระทั่งความรู้ของสำนักฌานของไม่เคยสัมผัสมาก่อน
ในอดีตจิ๋งจิ่วเคยสอนเขาอ่านหนังสือมาหนึ่งปี หากมิเป็นเพราะภายหลังซีหวังซุนคอยสอนเขาอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง เกรงว่าตอนนี้กระทั่งคัมภีร์บทนี้เขาก็คงอ่านไม่รู้เรื่อง
แต่แน่นอนว่าต่อให้เขาอ่านเข้าใจความหมายของตัวหนังสือที่อยู่ในคัมภีร์ เขาก็ยังไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงของมัน
เขาครุ่นคิดถึงคัมภีร์บทนี้ทั้งวันทั้งคืน ยิ่ง