ทสนมกับหลิ่วสือซุ่ยอย่างรวดเร็ว
ในวันหนึ่งมีกั๋วกงผู้หนึ่งเดินทางมาจากเมืองเจาเกอ ว่ากันว่าเขามาแก้บนแทนฮ่องเต้
วัดกั่วเฉิงและราชวงศ์ตระกูลจิ่งมีความใกล้ชิดสนิทสนม เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเป็นประจำ ทุกปีจะมีกั๋วกงสามสี่คนเดินทางมาที่วัด พระในวัดต่างเคยชิน จึงมิได้ใส่ใจอะไร แต่พวกขุนนางและผู้ที่มีตำแหน่งสูงศักดิ์บางคนที่ติดตามมาด้วยอยากจะลิ้มรสอาหารเจอันเลื่องชื่อของวัดกั่วเฉิง ปริมาณผักที่ต้องใช้ย่อมต้องมากกว่าปกติ
เมื่อเห็นผักที่วางเต็มตะกร้าสองสามตะกร้า หลิ่วสือซุ่ยจึงช่วยอินฝูขนผักเข้ามาในวัด
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเข้ามาในครัวของวัดกั่วเฉิง
ไอน้ำภายในครัวพวยพุ่ง ชายชราคนหนึ่งยืนถอดเสื้ออยู่หน้าเตา ออกแรงสะบัดตะหลิว
ชายชราผู้นั้นเส้นผมเบาบาง ไม่รู้ว่าเป็นพระที่ทำงานอยู่ในวัดหรือว่าเป็นพ่อครัวที่วัดเลี้ยงดูเอาไว้
ชายชราหยิบเอาผ้าสีเทามาคอยเช่นหน้าเป็นระยะ ไม่รู้ว่าเช็ดมากเกินไปหรือว่าอากาศร้อนเกินไป จมูกของเขาจึงดูแดงอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อได้ยินเสียงจากด้านหลัง ชายชราจึงกล่าวโดยไม่เหลียวหน้ากลับมา “ผักวางเอาไว้ที่เดิมเลย”
อินฝูกล่าว “ท่านดูหน่อยดีกว่า ข้าจะได้ไม่วางผิด”
ชายชรารู้สึกแปลกใจอย่างเห็นได้ชัด จึงหมุนตัวกลับมาก่อนจะเห็นหลิ่วสือซุ่ย จากนั้นเบิ่งตาโตพลางส่งเสียงร้องออกมา
หลิ่วสือซุ่ยตกใจพลางกล่าวถามว่า “ทำไมหรือ?”
อินฝูเอียงหน้ามองชายชราผู้นั้น อมยิ้มมิกล่าวกระไร
ชายชราผู้นั้นรี