บบอกว่า “ไม่มีอะไรๆ วันนี้น้ำมันเยอะไปหน่อย เลยถูกน้ำมันกระเด็นใส่น่ะ”
……
……
ตกกลางคืน
ภายในห้องพักด้านหลังวัดกั่วเฉิง
ชายชราจมูกแดงผู้นั้นจ้องมองชายหนุ่มพลางกล่าว “ที่แท้ท่านนักพรตจะมาหาเขานี่เอง!”
ชายหนุ่มทำหน้าเหมือนไม่รู้อิโหน่อิเหน่ พลางกล่าวว่า “สาบานด้วยชื่อเสียงของปรมาจารย์รุ่นก่อนๆ ของชิงซานเลย นี่เป็นเรื่องบังเอิญ!”
เขาย่อมมิใช่อินฝู หากแต่เป็นอินซาน
ชายชราที่จมูกแดงผู้นี้ก็ย่อมมิใช่พระในวัดกั่วเฉิง หากแต่เป็นปรมาจารย์สำนักเสวียนอิน
ปรมาจารย์สำนักเสวียนอินกล่าวอย่างหงุดหงิดว่า “อย่างนั้นทำไมเจ้าต้องมาที่นี่ด้วย?”
อินซานถอนใจ “ชีวิตนี้ของข้าทำบาปทำกรรมไว้มาก ข้าก็หวังจะให้ธรรมะช่วยปลดปล่อยข้าจากบาปกรรมที่ผ่านมา”
ปรมาจารย์สำนักเสวียนอินถ่มน้ำลาย “ข้าไม่เคยรู้เลยว่าคำพูดประโยคไหนของเจ้าจริงประโยคไหนโกหก แต่ประโยคนี้จะต้องโกหกอย่างแน่นอน!”
อินซานยิ้มเล็กน้อยพลางกล่าว “บางทีอาจจะเป็นจริงก็ได้นะ?”
“ถ้าเป็นที่อื่นก็ว่าไปอย่าง แต่ที่นี่มันวัดกั่วเฉิงนะ ผูกพันกับธรรมะอย่างลึกซึ้ง มิได้อ่อนแอไปกว่าข้าเลย แล้วก็ยังมีฉานจึที่ไม่รู้ว่าฝีมือสูงส่งเพียงใดอีก….”
ปรมาจารย์สำนักเสวียนอินกล่าวอย่างจริงจังว่า “หากถูกพบเข้าจะทำอย่างไร? ข้าหนีได้ แต่เจ้าจะหนีอย่างไร?”
อินซานยิ่งยิ้มกว้าง พลางกล่าวว่า “ข้าหนีไม่ได้ เช่นนั้นเจ้าก็แย่แน่”
ปรมาจารย์สำนักเสวียนอินยิ้มเจื่อนพลางกล่าว “ข้าถึงได้กังวล